เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพฯ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2568 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เข้าร่วมประชุม
โดยในที่ประชุม นางสาวเมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก. เขตปทุมวัน ยื่นญัตติขอให้ กทม. เร่งตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพของตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ

นางสาวเมธาวี กล่าวว่า มีคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบด้านสาธารณสุขในหลายเขต แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังคงพบตู้น้ำที่ชำรุด เสียหาย และขาดการดูแล พร้อมตั้งคำถามถึงการดำเนินการตรวจตราของ กทม. เนื่องจากตู้น้ำส่วนใหญ่ไม่มีสัญลักษณ์แสดงผลการตรวจสอบ อีกทั้งยังมีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับความสกปรกและความทรุดโทรมของตู้น้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่จำเป็นต้องพึ่งพาการใช้น้ำดื่มจากตู้เหล่านี้
พร้อมกันนี้ นางสาวเมธาวี ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม 2 ประเด็น ได้แก่ 1. ตู้น้ำดื่มในแต่ละชุมชนมีมาตรการกำกับดูแลอย่างไร และ 2. มีการตรวจคุณภาพน้ำและเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาหรือไม่
“การตรวจสอบคุณภาพตู้น้ำดื่มไม่ควรจำกัดเพียงแค่ในห้างสรรพสินค้า โรงเรียน หรือโรงพยาบาล แต่ควรให้ความสำคัญกับพื้นที่ชุมชนแออัด เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้ไม่มีเวลามาตรวจสอบด้วยตนเอง ชุมชนที่มีรายได้น้อย เศรษฐกิจไม่ดี ทุกวันนี้เขาลำบากอยู่แล้ว กทม.ควรช่วยด้านคุณภาพชีวิตเขา“ นางสาวเมธาวีกล่าว

ด้าน นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก. เขตทุ่งครุ อภิปรายเสริมว่า ปัญหาหลักของตู้น้ำหลายจุดคือความไม่สะอาดและอาจมีไฟรั่ว ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบริเวณโรงเรียนและชุมชน จึงควรเร่งรัดนำตู้น้ำที่ไม่ผ่านเกณฑ์ออกจากพื้นที่ทันที
ขณะที่ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า หากน้ำดื่มไม่มีความสะอาดเพียงพอ อาจเป็นภัยร้ายต่อร่างกายมนุษย์ โดยพบว่าบางตู้น้ำมีสนิมและชำรุดอย่างชัดเจน แสดงถึงการใช้งานมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังพบปัญหาการขาดสายดินในโรงเรียน ซึ่งหากไม่ตรวจสอบอย่างจริงจัง อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้
“ถึงเวลาแล้วที่ กทม. ต้องตรวจสอบและกำกับดูแลตู้น้ำดื่มให้ได้มาตรฐานสากล ถ้าน้ำดื่มที่ไม่สะอาด ก็เป็นยาพิษ เราจึงต้องเข้มงวด เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคน้ำดื่มที่บริสุทธิ์” นายสุทธิชัยกล่าวย้ำ

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ รศ.ทวิดา กมลเวช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า เป็นภารกิจของสำนักอนามัยและสำนักงานเขตในการตรวจสอบ โดยล่าสุดพบว่ามีตู้น้ำในเขตปทุมวันที่ให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตถึง 69 แห่ง และในเขตสายไหมอีก 19 แห่ง โดยกระบวนการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงสุขลักษณะ คุณภาพน้ำ เชื้อแบคทีเรีย และหัวจ่ายน้ำดื่ม ซึ่งจะดำเนินการทุก 4 เดือน
สำหรับ กรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน กรุงเทพมหานครจะออกประกาศงดใช้งานชั่วคราว จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อย โดยปัญหาหลักที่พบคือ ความสกปรกภายในตู้ และสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ ได้เตรียมแนวทางแก้ไข โดยให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาผ่านระบบ Traffy Fondue ได้โดยตรง พร้อมพัฒนาระบบให้สามารถสแกน QR Code ที่ตู้ เพื่อตรวจสอบข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพน้ำได้สะดวก และขอความร่วมมือจากภาคประชาชน รวมถึง อสส. ในการช่วยตรวจสอบและดูแลคุณภาพตู้น้ำดื่มให้ดียิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงรูปแบบสติกเกอร์ผลตรวจให้มีความชัดเจนขึ้น
“สำหรับโรงเรียน กทม.ได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพกายภาพของตู้น้ำดื่มภายในสถานศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียน รวมถึงคุณภาพน้ำที่ใช้ประกอบอาหาร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัย ทั้งนี้จะกำชับให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมและระบบไฟฟ้าของตู้น้ำอีกครั้งโดยเร็วที่สุด” รศ.ทวิดากล่าวทิ้งท้าย

