ปลัดแรงงานสั่ง สปส. เร่งดำเนินการ มอบสิทธิประโยชน์กว่า 16 ล้านบาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุเพลิงไหม้โรงงาน จังหวัดสระบุรี
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุเพลิงไหม้โรงงานแปรรูปกระดาษ ในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 ราย และผู้สูญหายจำนวน 10 ราย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน โดยเร่งด่วนแล้ว
นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ทราบว่าได้ค้นพบร่างผู้สูญหาย ทั้ง 10 รายแล้ว ซึ่งเสียชีวิตทั้งหมด และอยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์ ได้แก่ นางสาววัลลภา อุ่นจิตร อายุ 43 ปี นางสาวนิภา บุญอภัย อายุ 38 ปี นางสาวสุกัญญา พวงทอง อายุ 37 ปี นางสาวพฤกษา อินแหยม อายุ 40 ปี นายอิสระพงษ์ มาโชค อายุ 32 ปี นางสาวศิริรัตน์ ธรรมสัตย์ อายุ 48 ปี นางสาวกชพรรณ จาดเชื้อ อายุ 31 ปี นายสรรชัย ศรีสุขเสริม อายุ 45 ปี นางสาววรรณนิตา นามเงิน อายุ 26 ปี และนางสาวจิตรานุช เชื้อวังคำ อายุ 35 ปี

“โดยลูกจ้างที่เสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่าจัดการศพจำนวน 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์แก่ทายาทร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว สปส.ได้ดำเนินการจ่ายเงินทดแทนรวมทั้งสิ้นกว่า 16 ล้านบาท” เลขาธิการ สปส. กล่าว
นางมารศรี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ ประกันสังคมจังหวัดสระบุรี และหัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมแนะนำสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดสระบุรี อีกทั้งได้ประสานงานกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร มหาสารคาม และอุบลราชธานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาตามจังหวัดดังกล่าวให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว

“ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 ราย จะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน สปส. โดยมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น 65,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจนสิ้นสุดการรักษาจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา กรณีแพทย์รับรองให้หยุดพักรักษาตัว มีสิทธิได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนไม่เกิน 1 ปี หากมีการสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานจะได้รับค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะร้อยละ 70 ของค่าจ้าง รายเดือน ตามอัตราการสูญเสีย ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีผู้บาดเจ็บ” นางมารศรี กล่าว
นางมารศรี กล่าวย้ำว่า พร้อมอยู่เคียงข้างผู้ประกันตน แม้จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ก็พร้อมดูแลผู้ประกันตน รวมถึงทายาทของผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนโดยเร็ว


