หมอฟัน เตือนอันตราย ซื้อเครื่องอัลตร้าโซนิค ‘ขูดหินปูน’ เอง เสี่ยงโรคช่องปากลามติดเชื้อ

8.07.25 | 13:06 น.

หมอฟัน ห่วงใช้อัลตร้าโซนิค ‘ขูดหินปูน’ เอง เสี่ยงโรคช่องปากลามติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า คราบหินปูน หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “หินน้ำลาย” เกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ที่แข็งตัว ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในช่องปากทำปฏิกิริยากับเศษอาหารและน้ำลาย หากไม่ได้รับการกำจัดอย่างเหมาะสม คราบหินปูนอาจนำไปสู่ปัญหาเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ ฟันผุ และกลิ่นปาก

นพ.ไพโรจน์กล่าวว่า การขูดหินปูนจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่ผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้การขจัดหินปูนเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการวางจำหน่าย เครื่องมือขูดหินปูนอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัด แต่ความจริงแล้วการขูดหินปูนไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ หากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์

ด้าน ทพญ.สุมนา โพธิ์ศรีทอง ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวถึงเครื่องขูดหินปูนอัลตร้าโซนิคว่า เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้หลักการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นความถี่สูงและน้ำในการกำจัดคราบหินปูนที่สะสมอยู่บนผิวฟันและใต้เหงือก การใช้งานเครื่องมือชนิดนี้อย่างถูกต้องเหมาะสม ต้องกระทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะการมองเห็น และความเข้าใจกายวิภาคของช่องปาก เพื่อให้สามารถขจัดหินปูนได้อย่างหมดจด โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างฟัน เหงือก และเนื้อเยื่อในช่องปาก

“การใช้เครื่องขูดหินปูนอัลตร้าโซนิคด้วยตัวเองนั้นไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น 1.ทำลายผิวเคลือบฟัน มุมการวางหัวขูดที่ไม่เหมาะสม การใช้แรงกดที่มากเกินไป การจิกของหัวขูดหรือการขูดซ้ำๆ อาจทำให้ผิวเคลือบฟันซึ่งเป็นชั้นนอกสุดที่ปกป้องฟันถูกทำลาย เกิดภาวะเสียวฟันและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุในอนาคต 2.บาดเจ็บต่อเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก การสอดหัวขูดเข้าไปใต้ขอบเหงือกอย่างไม่ถูกต้องเนื่องจากการมองเห็นที่ชัดเจน และมุมของเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม นำไปสู่การฉีกขาด บาดเจ็บของเหงือกได้

Advertisement

3.โรคปริทันต์อักเสบลุกลามจากการหลงเหลือหินปูนใต้เหงือก เครื่องขูดหินปูนอัลตร้าโซนิคสำหรับใช้เองมักมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและไม่สามารถเข้าถึงบริเวณใต้เหงือกได้อย่างสมบูรณ์ การขจัดหินปูนที่ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณใต้เหงือก จะส่งผลให้หินปูนยังคงสะสมตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปริทันต์อักเสบ ที่อาจลุกลามทำลายกระดูกรองรับฟัน นำไปสู่การสูญเสียฟันได้ หากไม่ได้ รับการรักษาที่เหมาะสมจากทันตแพทย์ 4.ความเสี่ยงติดเชื้อ เครื่องมือที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์ (Sterilization) จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ฯลฯ เมื่อนำมาใช้ในช่องปากอาจเกิดติดเชื้อรุนแรงได้” ทพญ.สุมนากล่าว

ทพญ.สุมนากล่าว เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนกับทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง รวมทั้งผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยปัญหาอื่นๆ ในช่องปาก เช่น ฟันผุ รากฟันอักเสบ หรือรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งในช่องปากอย่างเหมาะสมด้วย