ผอ.สำนักระบายน้ำ ยัน ‘เรนบอมบ์ถล่มกรุงฯ’ ไม่ท่วมข้ามคืน – คาดปีหน้า MOU ญี่ปุ่น ช่วยอัพเกรดความจุฝน

8.07.25 | 16:00 น.

ผอ.สำนักระบายน้ำ เปิดสถิติเดือนพ.ค. ‘เรนบอมบ์’ 4 ครั้ง กระหน่ำกรุงฯ – ยันรับมือไหว ไม่เจอภาพท่วมข้ามคืน ดันหารือระบบแจ้งเตือนอุทกภัยผ่าน ‘บรอดคาสต์’ – แนะปชช.เช็กพยากรณ์แม่นยำบนเว็บไซต์

เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสํานักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า ระเบิดฝน (Rain Bomb) คือ การที่ฝนตกหนักในระยะเวลาที่สั้น ซึ่งภายในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราต้องรับมือเรนบอมบ์ถึง 4 รอบ โดยฝนตกระดับ 100 กว่ามิลลิเมตร

“ระบบการระบายน้ำของเรา มันรองรับปริมาณน้ำฝนได้ถ้ามันตกไม่หนักแต่นาน ซึ่งเราก็จะมีระบบสูบอยู่แล้ว หากสูบทันกับปริมาณฝนที่ตกลงมา มันก็จะไม่ท่วม แต่ถ้ามันตกลงมาก้อนหนึ่งตูมลงมา ก็อาจจะเจอกับภาวะน้ำรอระบาย ซึ่งบางคนก็อาจจะไม่ชอบคำนี้ แต่ถ้าถามผมมันก็คือความจริง ที่มันต้องรอระบบเราสูบออก เนื่องจากระบบสูบของเรามีความสามารถจำกัดอยู่ ต่อให้เราเพิ่มกำลังเท่าไหร่ก็อาจจะไม่ทันกับระเบิดฝนที่มันตกลงมาอย่างรุนแรง

มีวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ฝนตกหนักลงมา 15 นาที จำได้ว่าประมาณสัก 48 มิลลิเมตร ถ้ารวมเวลา 1 ชั่วโมง ก็ตกเกือบ 200 มิลลิเมตร ซึ่งมีความรุนแรงสูงมาก มันก็จะเกิดน้ำท่วมก่อน แล้วก็ต้องรอระบาย แต่ถามว่าเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราก็ใช้ระบบการพร่องน้ำ โดยลดระดับน้ำในคลองสายหลักให้ต่ำ และก็ใช้ระบบสูบน้ำจากอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งจากสถานก์น้ำฝนตกหนักในเดือนพฤษภาคม เราก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์น้ำได้ภายใน 3 ชั่วโมง อาจจะมีค้างบางจุดบ้าง แต่เราสามารถแก้ไขปัญหาได้” นายเจษฎาระบุ

แฟ้มภาพ

นายเจษฎา กล่าวอีกว่า เรามีผังน้ำอยู่ซึ่งก็จะทำให้รู้ว่า ถ้าจะเกิดระเบิดฝนกระจุกตัวอยู่จุดใดจุดหนึ่งนั้น เราก็จะสามารถระบายน้ำออกไปได้หลายทิศทาง ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ก็ได้แนะนำและใช้เทคโนโลยีหลายเรื่อง เช่น ปีพ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นปีที่ฝนหนักที่สุดตั้งแต่เราเก็บสถิติมา โดยเรื่องเส้นเลือดฝอย ก็เป็นเรื่องที่ท่านให้ความสำคัญ โดยการเช็กจุดเสี่ยง 737 จุด ทั้งพื้นที่ของเรา พื้นที่ของเขต และพื้นที่เอกชนด้วย

Advertisement

“เรามีข้อมูลหมดเลยว่า จุดไหนเกิดปัญหา แล้วแต่ละจุดเราจะแก้อย่างไร ซึ่งเราก็ต้องประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งจะมีแผนระยะสั้น กลาง และยาว รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ทำแก้มลิง อุโมงค์ขนาดใหญ่ ทำให้ระบบท่อระบายน้ำได้เร็วขึ้น รวมถึงท่อระบายน้ำแบบ โอ กัตเตอร์ (O Gutter) ที่ท่านวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ แนะนำมา ซึ่งใช้รับน้ำอยู่ในแถวอุดมสุข” นายเจษฎาชี้

นายเจษฎา กล่าวต่อว่า เรายังมีระบบ NowCast ที่ร่วมมือกับ WeatherNews ที่สามารถดูในเว็บไซต์สำนักระบายน้ำได้ โดยจะเป็นการพยากรณ์ฝนทุก 3 ชั่วโมง ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างแม่นยำ ทำให้เราสามารถรู้ว่าพื้นที่ไหนในอีก 3 ชั่วโมง จะมีฝนเข้ามา หรือ ถ้ามีฝนเข้ามาแล้วจะออกไปเมื่อไหร่ โดยตอนนี้ก็กำลังติดตั้งเรดาห์ตัวที่ 3 อยู่ ซึ่งถ้าติดเสร็จแล้วก็จะทำให้ดูได้แม่นยำยิ่งขึ้นอีก

“ส่วนระบบการแจ้งเตือนแบบเซลล์ บรอดคาสต์ (Cell broadcast) ตอนนี้เราก็กำลังประชุมอยู่ว่าความรุนแรงระดับไหน เราถึงจะใช้การแจ้งเตือนแบบ บรอดคาสต์ เนื่องจากอาจจะมีความตื่นตระหนกมากเกินไป หากเราบรอดคาสต์ในช่วงที่ฝนตกหนัก ซึ่งต้องมาดูว่าควรจะแจ้งในระดับที่หนักแค่ไหน

ถ้าฝนระดับ 100 มิลลิเมตร ตกชั่วระยะก็แห้ง ผมคิดว่าเราก็อาจจะแจ้งเพื่อทราบเฉยๆ ดีไหม เนื่องจากอาจจะสร้างความตื่นตระหนกได้ หรือ เราแจ้งในระดับที่จะเกิดอุทกภัยได้ไหม เช่น น้ำท่วมปี 2554 ที่จะมีมวลน้ำระดับมหาศาลเข้ามา ก็จะเหมาะสม แต่ถ้าเป็นระดับเรนบอมบ์ เราก็ยังสามารถที่จะคลี่คลายปัญหาได้ ซึ่งตรงนี้เราต้องร่วมประชุมกันหลายหน่วยงานก่อน” นายเจษฎาเผย

นายเจษฎา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการที่จะต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ เพราะเขาต้องทราบว่าบริเวณบ้านเขา หรือ จุดที่จะขับรถผ่านนั้นมีน้ำท่วมหรือไม่ และท่วมระดับไหน เมื่อไหร่น้ำจะแห้ง แต่ว่าจะแจ้งเตือนผ่านช่องทางไหน ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์ หรือ บรอดคาสต์ ก็ต้องหารือกันต่อไป

นายเจษฎา กล่าวอีกว่า กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความโดดเด่นเรื่องการรับมือกับภัยพิบัติ ล่าสุดองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ไจก้า (Japan International Cooperation Agency : JICA) ก็ให้ส่งเสริมความร่วมมือกัน ระหว่างกรุงเทพมหานคร กับ มหาวิทยาลัย ปรับปรุงแผนแม่บทใหม่

“ระบบเราออกแบบมานานแล้ว โดยรับมือฝนได้ที่ 60 มิลิเมตร แม้ปัจจุบันเราจะอัพเดตระบบด้วยความสามารถของเจ้าหน้าที่ของเรา เพิ่มระบบให้มันรับมือ 80-100 มิลลิเมตรขึ้นมา แต่ว่า ไจก้า เขาก็จะช่วยวิเคราะห์ภาพรวมและให้คำแนะนำดีๆว่า เราจะอัพเกรดไปได้ขนาดไหน เท่าไหร่จึงจะพอ รับมือได้ที่ 140 มิลลิเมตรพอไหม หรือ แค่ 100 มิลลิเมตรก็พอ หรือ ต้องเพิ่มระบบอะไรขึ้นมาอีก แต่ภาพรวมตอนนี้ ก็เหมือนกับที่เราทำกันอยู่ แต่ถ้าผู้เชี่ยวชาญและการประสานความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ซึ่งน่าจะดำเนินการได้ในปีหน้า โดยตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการร่าง MOU กันอยู่” นายเจษฎากล่าว

นายเจษฎา กล่าวว่า ถ้าถามการรับมือเรนบอมบ์ที่ผ่านมาแล้วนั้น ตนคิดว่ารับมือได้ดี แค่ว่าต้องถามประชาชนว่าในเดือนพฤษภาคมฝนหนักมาก แต่ว่าสภาพที่ดูแล้วก็สามารถที่จะคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู้ภาวะปกติได้ ไม่ข้ามคืน ไม่มีน้ำท่วมขัง น้ำลดก็เร็ว ถ้าคำว่าไหวในแง่นี้ ตนก็คิดว่ายังไหว

“ฝนหนักจะหนักในเดือนกรกฏาคม สิงหาคม กันยายน ซึ่งเป็นช่วงเดือนที่ฝนตกหนักที่สุด ช่วงนี้อาจจะดูเบาลง แต่ไม่ได้ทิ้งช่วงไปเลย ซึ่งยังคงมีฝนอยู่แต่น้อยลงจากช่วงพฤษภาคมหน่อย แต่ของจริงกำลังจะมา ซึ่งสำนักระบายน้ำก็เตรียมพร้อมรับมือ” นายเจษฎากล่าวทิ้งท้าย

เว็บไซต์ สำนักการระบายน้ำ กทม.