ไตรภาคีถกกรอบค่าจ้างขั้นต่ำปี 69 บอร์ดลูกจ้าง ชี้ภาษีสหรัฐกระทบแรงงานไทย

9.07.25 | 16:18 น.

ไตรภาคีถกกรอบค่าจ้างขั้นต่ำปี 69 บอร์ดลูกจ้าง ชี้ภาษีสหรัฐกระทบแรงงานไทย

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ครั้งที่ 7/2568 โดยมีกรรมการจาก 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาล, ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้าง เข้าร่วมการประชุม และได้ลงมติให้ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ผู้แทนกระทรวงการคลัง และกรรมการฝ่ายรัฐบาล ทำหน้าที่ประธานการประชุม เนื่องจากนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาการปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและเศรษฐกิจ มีวาระเพื่อทราบ คือ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและแรงงาน รวมถึงวาระการพิจารณาคือ กรอบแนวทางและหลักเกณฑ์การทบทวนความเหมาะสมของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด (รวมกรุงเทพมหานคร) ปี 2569 โดยเป็นการให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด สำรวจอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ นำส่งเข้าสู่ฝ่ายเลขาฯ ของบอร์ดค่าจ้าง เพื่อจะนำมาพิจารณาการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในช่วงปลายปี 2568 ตามกรอบการดำเนินการการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

นายวีรสุข แก้วบุญปัน กรรมการฝ่ายลูกจ้าง เปิดเผยว่า จากกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือแจ้งเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยที่อัตราร้อยละ 36 นั้น เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างแน่นอนในการส่งออกสินค้า ซึ่งฝ่ายนายจ้างและภาคอุตสาหกรรมย่อมได้รับผลกระทบ เป็นลูกโซ่กระทบมาถึงลูกจ้าง โดยการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทในกรุงเทพฯ รวมถึงกิจการโรงแรมและสถานบริการที่ผ่านมา เป็นการปรับในช่วงที่สถานการณ์ภาษีสหรัฐ ยังคงมีความเข้มงวดแต่ฝ่ายนายจ้างเองก็ยังมีความหวังลึกๆ ว่า ทางรัฐบาลจะสามารถเจรจาได้เป็นผลสำเร็จ แต่วันนี้กลับไม่เป็นผล

“สิ่งที่จะกระทบต่อไป คงยังตอบไม่ได้ว่าจะกระทบอะไรบ้าง แต่คงมีผลกระทบแน่นอน และเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วย” นายวีรสุข กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าจะมีการเลิกจ้างตามมาหรือไม่ นายวีรสุข กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจของไทยว่าจะไปได้ดีแค่ไหน และรัฐบาลจะส่งเสริมการส่งออก ผ่อนปรนหรือลดภาษี หรือทำอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้สภาพการจ้างงานของฝ่ายนายจ้างอยู่ได้อย่างไร ประเด็นสำคัญ คือ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ขายของไม่ได้ เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลกระทบต่อลูกจ้าง

“ในฐานะผู้นำแรงงาน ก็มีความกังวลว่า กลุ่ม SME หรือกลุ่มกิจการรายย่อยที่รับจ้างผลิตสินค้า หากนายจ้างรายใหญ่เลิกจ้าง จะได้รับผลกระทบแน่นอน ก่อนที่จะมีผลกระทบต่อกิจการรายใหญ่ กิจการรายย่อยก็โดนไปก่อน และจะเป็นลูกโซ่ทำให้กิจการรายใหญ่ล้มตาม“ นายวีรสุข กล่าว

นายวีรสุข กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ต้องพิจารณาและดูตามสภาวะเศรษฐกิจรวมถึงกิจการหลายๆอย่างเป็นภาพรวม จนกระทั่งต้องดูแบบเป็นรายละเอียดพิเศษ จะดูอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ต้องรอบคอบกว่าเดิมที่เคยเป็นมา

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายลูกจ้างมีการผลักดันการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ในพื้นที่ปริมณฑลในเร็วๆนี้ นายวีรสุข กล่าวว่า คงต้องกลับไปทบทวนกันใหม่ และหารือกันในบอร์ดหลายๆ รอบ โดยทางฝ่ายลูกจ้าง มีความหวังว่าในเมื่อพื้นที่กรุงเทพฯ นำร่องค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทไปก่อนแล้ว และมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่า กรุงเทพฯ กับปริมณฑลแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของค่าครองชีพ โดยที่ผ่านมา บอร์ดลงมติให้เป็นการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปก่อน และค่อยมาพิจารณาพื้นที่อื่นในอนาคตอันใกล้นี้

“พอมีการเจรจาภาษีสหรัฐเข้ามา ก็เป็นโจทย์หนักที่ทำให้บอร์ดต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบอีกทีหนึ่ง ซึ่งต้องขอดูรายละเอียดและหารือผู้ที่เกี่ยวข้อง และทำการบ้านเพื่อหาแนวทางต่อไป” นายวีรสุข กล่าว