บอร์ดแพทย์สปส. แจงสิทธิรักษา ‘รากฟันเทียม’ เฉพาะกรณี พร้อมเพิ่มตรวจช่องปากครอบคลุมมะเร็ง

16.07.25 | 10:02 น.

บอร์ดแพทย์สปส. แจงสิทธิรักษารากฟันเทียมผู้ประกันตน ให้ได้เฉพาะกรณีไม่สามารถใส่ฟันเทียมทั้งปากได้ ส่วนตรวจสุขภาพช่องปาก ครอบคลุมมะเร็ง-โรคอื่นๆ อิงตามหมอฟัน ตรวจละเอียดเจอโรคส่งต่อรักษา

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ประธานกรรมการคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนประกันสังคม (บอร์ดแพทย์ประกันสังคม) เปิดเผย มติคณะกรรมการการแพทย์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าได้อนุมัติค่าผ่าฟันคุด 1,500-2,500 บาท ค่าตรวจสุขภาพช่องปาก และเพิ่มค่าทันตกรรมปีละ 900 บาท โดยปรับเป็นการจ่ายตามจริงเมื่อเข้ารับการรักษาในรพ.รัฐ ตามเรตกระทรวงสาธารณสุข ส่วนสถานพยาบาลเอกชน ยังจ่าย 900 บาท ตามเดิม แล้วนั้น ปรากฏว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ได้รับแจ้งจากนพ.ณัฐ ศิริรัตน์บุญขจร หนึ่งในบอร์ดการแพทย์ ว่า มีค่ารากฟันเทียม จำนวน 17,500 บาทด้วย

นพ.สุรเดช ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสิทธิการรักษารากฟันเทียม ว่า ที่ประชุมมีการอนุมัติให้สิทธินี้จริง แต่มีเงื่อนไขว่า จำเป็นต้องใส่ฟันเทียมทั้งปาก แต่ไม่สามารถใส่ได้ จึงต้องไปใส่รากฟันเทียมเพื่อให้การสามารถใส่ฟันเทียมได้ ไม่ใช่เป็นการให้สิทธิใส่รากฟันเทียมเป็นการทั่วไป ส่วนถ้าเป็นการทำรากฟันเทียมซี่เดียว หรือ 2 ซี่แบบนี้ เรายังไม่ได้ให้สิทธิ

“สิทธิมีการอนุมัติจริง แต่ให้สำหรับคนที่ใส่ฟันปลอมทั้งปากแล้วใส่ไม่ได้ หรือมีปัญหาเรื่องเหงือก ก็ต้องไปฝังรากฟันเทียมก่อน เพื่อให้การใส่ฟันปลอมได้ ไม่ใช่ว่ามีปัญหารากฟันอยู่ 1 ซี่ แล้วจะทำได้” ประธานบอร์ดแพทย์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีรักษารากฟัน หรือใส่รากฟันเทียม 1-2 ซี่ ถ้าไปรักษาที่ รพ.รัฐ ทางประกันสังคมจะจ่ายค่ารักษาให้ตามจริง อิงเรตกระทรวงสาธารณสุข ตามมติบอร์ดการแพทย์เพิ่งอนุมัติเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้หรือไม่ นพ.สุรเดช กล่าวว่า เรื่องการรักษารากฟันนั้น เนื่องจากยังไม่ได้มีการคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่าย แต่หัตถการ ขูด อุด ถอน นั้นได้หมด แต่เรื่องรากฟันเทียมนั้นยังไม่ได้กำหนดราคา จึงยังไม่อยากพูดออกไปก่อน เพราะตัวเลขยังไม่ชัด แต่ก็กำลังดูให้ดู ย้ำว่า เรื่องรักษารากฟันนั้น อย่างไรเราก็จะดูให้ ขณะเดียวกันก็ยังต้องดูเงื่อนไขราคาด้วย เพราะว่างบสำหรับการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนยังมีการดูแลการเจ็บป่วยในส่วนอื่นๆ ด้วย

Advertisement

เมื่อถามถึงรายละเอียดการเพิ่มสิทธิตรวจสุขภาพในช่องปาก ที่เพิ่งมีมติอนุมัติด้วย นพ.สุรเดช กล่าวว่า การตรวจสุขภาพในช่องปากนั้น จากที่มีการพูดคุยกับทันตแพทยสภาแล้ว มีการกำหนดอัตราจ่ายอยู่ที่ครั้งละ 100 บาท ต่อการตรวจนั้น ต้องเป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนและระบบในภายภาคหน้าด้วย ไม่ใช่ว่าตรวจ แต่ไม่มีข้อมูล หรือประโยชน์ของผู้ประกันตนในวันข้างหน้า เพราะจากข้อมูลผู้ประกันตนเข้ารับบริการทันตกรรมปีละประมาณ 4 ล้านคน เท่ากับว่า เราต้องจัดงบฯ ให้อีก 400 ล้านบาทเลย จึงจำเป็นต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่า การตรวจสุขภาพในช่องปากนั้นรวมเฉพาะสุขภาพฟัน สุขภาพเหงือกเท่านั้น หรือรวมถึงโรคอื่นๆ ด้วยหรือไม่ นพ.สุรเดช กล่าวว่า รวมทั้งหมด หากมีการตรวจเจอภาวะอื่นๆ หรือรอยโรคอื่นๆ ในช่องปาก เช่น เจอมะเร็ง หรือรอยโรคมะเร็ง ถ้าเจอก็จะเข้าข่ายการรักษาพยาบาล เท่ากับว่า เป็นการช่วยผู้ประกันตนในการตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ หรือถ้าตรวจเจอถุงน้ำ หรืออื่นๆ ก็จะได้มีการส่งต่อเพื่อรักษา และไปใช้งบฯ ในส่วนของการรักษาต่อไป เพราะบางเรื่องเข้าข่ายเจ็บป่วยที่ให้รักษาได้เลย ซึ่งนี่ก็เป็นการช่วยผู้ประกันตน

“การตรวจสุขภาพปาก ก็เอาตามวิชาชีพของทันตแพทย์เลย ว่าตรวจเจออะไรก็บอกมา อันไหนเข้าข่ายรักษาพยาบาล โรงพยาบาลตามสิทธิก็รับไปรักษาต่อทันที” นพ.สุรเดช กล่าว