สธ.เปิดอบรม ‘หมอ’ จ่ายยากัญชาตามใบสั่ง ภ.ท.33 ชี้ ร้านต้องปรับตัวเป็นคลินิก ขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล

16.07.25 | 11:18 น.

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้กัญชาทางการแพทย์ ครั้งที่ 1 สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 7 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม, ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย, ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์, หมอพื้นบ้าน, ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน, ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ทั้งนี้ มีผู้เข้าสมัครเข้าอบรมทั้งหมด 4,420 คน

นพ.เทวัญ กล่าวว่า วันนี้เป็นการอบรมเชิงปฎิบัติการการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้กับ 6 กลุ่มวิชาชีพ กับ 1 หมอพื้นบ้าน ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนเข้ามากว่า 4 พันคน การอบรมครั้งที่ 1 เปิดให้เข้าอบรมที่กรมฯ 200 คน อบรมผ่านระบบออนไลน์ 1,000 คน จากนั้นก็จะทยอยอบรมที่เหลือให้ครบ และเปิดให้ลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์มีหมอดูแลอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาประชาชนจะซื้อกัญชาก็เข้าถึงร้านโดยตรง ทำให้มีการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ ไม่ได้ใช้ทางการแพทย์ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ กลับเกิดปัญหาพอสมควร โดยกรมฯ จะประกาศรายชื่อแพทย์และหมอพื้นบ้านที่ผ่านการอบรม เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม หมอพื้นบ้านไม่ได้จัดเป็นวิชาชีพทางการแพทย์ แต่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2568 ให้อำนาจหมอพื้นบ้านจ่ายช่อดอกกัญชาได้ เพราะหมอพื้นบ้านบางคนก็ปลูกกัญชา เพื่อทำยา เช่น น้ำมันกัญชา เอาไปมวนใส่ใบตองแห้งแล้วสูบ โดยหมอพื้นบ้านไม่สามารถจ่ายกัญชาในสถานพยาบาลได้ กฎหมายอนุญาตให้จ่ายได้เฉพาะพื้นที่บ้านของตัวเอง ดังนั้นหมอพื้นบ้านที่จะจ่ายกัญชาทางการแพทย์ ต้องมาขออนุญาตจำหน่ายกัญชาก่อน

“การอบรมวันนี้ ทำให้ทราบถึงกฎหมายกัญชา กัญชาในทั่วโลกไปถึงไหนแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจำนวนมาก เราไม่ได้ปิดกั้นกลุ่มหมอ วิชาชีพที่สนใจเข้าอบรม เนื่องจากมีกลุ่มหมอที่ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่ที่กัญชายังเป็นยาเสพติด ประมาณ 9 พันคน ส่วนหนึ่งก็ได้มาอบรมในครั้งนี้เพิ่มเติมด้วย” นพ.เทวัญ กล่าว

นพ.เทวัญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมฯ กำลังเปิดรับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยส่งออกจำหน่ายแปรรูปสมุนไพรควบคุม ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยจะปิดระบบในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ซึ่งความสำคัญของกฎกระทรวง คือ ร้านจำหน่ายกัญชาจะต้องปรับตัวเป็นคลินิกทางการแพทย์ หรือร้านขายยาตามกฎหมาย โดยต้องขออนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จากนั้น ก็ต้องมีแพทย์ประจำที่ร้าน โดยแพทย์นั้นต้องผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ด้วย ต่อมาคือ บัดเทนเดอร์ ที่เป็นผู้จำหน่ายกัญชาในร้าน แต่เมื่อปรับมาเป็นคลินิกแล้ว ก็อยากให้เรียกว่าผู้ช่วยผู้ประกอบวิชาชีพจะดีกว่า นอกจากนั้น คลินิกกัญชาก็จะต้องมีการรายงานรับและจ่ายกัญชาที่ถูกต้อง เพราะจะมีผลต่อใบอนุญาตจำหน่ายกัญชา มีโทษตั้งแต่พักใช้ เพิกถอน และสั่งปิดคลินิกกัญชา อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 23 กรกฎาคม จะมีการนำความเห็นต่อร่างกฎกระทรวงฯ เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อเห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ ก่อนที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามลำดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม นพ.เทวัญ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำเรื่องกัญชาที่จะนำมาจำหน่ายได้ต้องมาจากแห่งปลูกที่ผ่านมาตรฐาน GACP ส่วนกัญชาล็อตเก่าที่มีการรับเข้ามาไว้แล้ว ยังมีค้างอยู่ ก็มีสิทธิขายไปจนหมดได้ แต่สำหรับล็อตใหม่จะต้องเป็นกัญชาที่ผ่านมาตรฐาน รวมถึงการใช้ใบจ่ายยา ภ.ท.33 จากแพทย์ 6 วิชาชีพ 1 หมอพื้นบ้าน ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม สิ้นเดือนนี้ที่ร้านกัญชาจะต้องทำรายงานการขาย ก็ต้องแนบใบสั่งจ่ายยามาด้วย ทั้งนี้ กรมฯ มีระบบตรวจสอบการรายงานข้อมูลอยู่ ซึ่งถ้าพบว่ามีการปลอมแปลง ก็จะผิดโทษอาญาการปลอมแปลงเอกสารราชการ โทษหนักกว่าคดีกัญชา

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลผู้เข้าอบรมจำแนกรายวิชาชีพ 6 วิชาชีพและหมอพื้นบ้าน ได้แก่ 1.แพทย์แผนไทย 3,341 คน 2.เภสัชกร 255 คน 3.แพทย์แผนจีน 104 คน 4.แพทย์ 27 คน 5.หมอพื้นบ้าน 5 คน 6.ทันตแพทย์ 4 คน และ 7.อื่นๆ 939 คน