กลิ่นแรงมาก! สก.เนอส โวยปัญหาโรงขยะ ‘อ่อนนุช’ เหม็นคลุ้งถึง ‘ประเวศ’ แก้ไม่ได้สักที – รองฯจักกพันธุ์ ลั่นโรงงานมีปัญหาสัญญาเซ็นปี’62 ยันสั่งไปเริ่มแก้ไขแล้ว ยืดอกรับ ‘ไม่ปัดรับผิดชอบ’
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสมาชิกสภากรุฃเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) พ.ศ. 2568 โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เป็นประธานสภาฯ
น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดเรื่อง ขอสอบถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลภาวะทางกลิ่นและควันจากโรงงานภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
ในตอนหนึ่ง น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องมลพิษทางกลิ่นและควันดำจากโรงงานภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เป็นเรื่องคาราคาซังมาตั้งแต่ท่านผู้ว่าฯ ดิฉัน และเพื่อนสมาชิกสภากรุงเทพฯ หาเสียงในปีพ.ศ.2565 แล้ว
“ปีนี้ 2568 เราจะหมดวาระกันในปีหน้าแล้ว ข่าวก็ออกเยอะแยะมากมาย ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมปัญหานี้มันจึงแก้ไม่ได้สักที ทั้งที่โรงงานที่สร้างปัญหาก็เป็นโรงงานของกรุงเทพมหานครเอง หรือ มันมีนอก มีในอะไรหรือเปล่า ดิฉันจึงตั้งกระทู้เข้าสภามาเพื่อติดตามกับท่านผู้ว่าฯโดยตรงในวันนี้” น.ส.ภัทราภรณ์เผย
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ติดตามกันเลย ไล่มาตั้งแต่ ส.ส.ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ พรรคประชาชน ก็นำเข้าอภิปรายไปในรัฐสภา หารือในกมธ. หรือถึงขั้นหารือส่วนตัวกับท่านผู้ว่าฯ ก็มีมาแล้ว รวมถึง ส.ก.เอกกวิน โชคประสพรวย ก็ตั้งญัตติถามในสภากทม. ซึ่งตนก็เคยนำเรื่องนี้เข้าประชุมในคณะกรรมการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมมาแล้วถึง 2 ครั้ง ก็ยังไม่จบเสียที

“วันนี้ดิฉันขอพาท่านไปดูที่เพจเฟซบุ๊กผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นโรงงานขยะ 800 ตัน อ่อนนุช 86 ที่รวมประชาชนที่ได้รับผลกระทบรอบบริเวณโรงงานขยะอ่อนนุชกว่า 1,900 ครัวเรือน ถ้าตีกลมๆว่าบ้านหนึ่งมี 4 คน ก็ 7,600 คนแล้ว ท่านจะถือว่าเขาเป็นฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ได้ เผื่อท่านจะได้มีแรงจูงใจในการทำงาน” น.ส.ภัทราภรณ์กล่าว
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่แสดง คือ ฟีดแบ๊กของการจัดการปัญหาของท่านในปีนี้ ดิฉันเอามาให้ท่านอ่านเผื่อว่าเสียงของพวกเขาจะดังมาถึงท่านบ้าน เพราะว่าการที่ต้องดมกลิ่นขยะเหม็นเน่าทุกวันมันรู้สึกอย่างไร แม้แต่โรงพยาบาลสิรินธร สังกัดกรุงเทพมหานคร ในเขตประเวศเองกลิ่นก็ยังไปถึง คนไข้ของกรุงเทพมหานครเอง ป่วยแล้วก็ยังต้องมานอนดมกลิ่นขยะอีก
“ถึงแม้ว่าท่านจะปิดโรงงานขยะ 800 ตัน ไปแล้ว แต่กลิ่นก็ยังอยู่ ซึ่งจากข้อมูลที่ดิฉันได้มา ปัจจุบันกลิ่นมาจากโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช 600 ตัน และ 1,000 ตัน ที่มีโรงหมักปุ๋ยอยู่ด้วย ทุกครั้งที่ถามไปสิ่งที่ดิฉันและสมาชิกได้รับ คือ การให้รอโรงขยะทั้ง 2 โรงงานนี้ หมดสัญญาในเดือนธันวาคม 2569 และเดือนมิถุนายน 2570 แต่พวกเราไม่เคยได้รับ คำตอบเลยว่าระหว่างนี้ท่านจะแก้ไขอย่างไร ประชาชนจะต้องทนดมอะไรแบบนี้อีกกว่า 2 ปีใช่หรือไม่” น.ส.ภัทราภรณ์ชี้

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวอีกว่า ท่านจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ ก็ลงพื้นที่ไปตรวจสอบตลอดเวลา ปีที่แล้วท่านก็ไป แล้วก็ปรับปรุงเป็นระบบปิด มีการติดตั้งประตูบางส่วน ปีนี้เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่านก็ไปอีก แล้วก็ไปปรับปรุงให้เป็นระบบปิดเหมือนเดิม
“ดิฉันได้ฟังการประชุมที่ท่านได้ไปชี้แจงเรื่องนี้กับกมธ.เมื่อวาน คำตอบที่ท่านให้ก็ไม่ลงรายละเอียดเหมือนเดิม ว่าตกลงแล้วระบบปิด มันปิดตรงไหนบ้าง มีความคืบหน้าอย่างไร และจะเสร็จเมื่อไหร่ นี่คือภาพล่าสุดจากหน้างาน โดยมีภาพจากกรุงเทพมหานครเป็นภาพตอนที่ท่านไปตรวจเมื่อต้นเดือน ก็ยังเปิดอยู่ ดิฉันสงสัยว่ามันปิดยากเป็นเย็นขนาดนั้นเลยเหรอ หรือ นี่มันเป็นการดึงเวลาเพื่อให้สัญญาหมด ทางบริษัทรับเหมาจะได้ไม่ต้องลงทุนปรับปรุงเพิ่มใช่หรือไม่” น.ส.ภัทราภรณ์ชี้

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ตนทราบแล้วว่ามีการของบประมาณปี 2569 เพื่อจัดหาอุปกรณ์ติดตั้งระบบบำบัดกลิ่นสำหรับโรงงานหมักปุ๋ยอินทรีย์ แต่สิ่งที่ตนถามในวันนี้ มันไม่ใช่แค่โรงหมักปุ๋ยที่เหม็น แต่มันรวมถึงส่วนคัดขยะ และโรงแยกขยะด้วย
“คำถามแรกของดิฉัน คือ อุปสรรคของการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นจากการโรงงานขยะมูลฝอยอ่อนนุช 600 และ 1,000 ตัน จริงๆแล้วมันคืออะไร ทำไมมันถึงแก้ไม่ได้สักที?” น.ส.ภัทราภรณ์ถามผ่านกระทู้

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ปัญหานี้ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่กทม.จะต้องดูแล ขอเรียนให้ท่านจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ ช่วยชี้แจงเพิ่มเติม
จกานั้น นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า โรงงานกำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช มีโรงขยะทั้งหมด 5 โรงงาน ซึ่งใน 5 โรงงานนี้ น่าจะมีการแก้ไขปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ 2 โรง คือ สถานีฝังกลบ โรงงาน 1,000 ตัน กับ โรงงาน MBT ที่แก้ไขหมดเรียบร้อยแล้ว จะมีปัญหาก็คือ 3 โรง คือ โรงงานขยะติดเชื้อ โรงงานหมักปุ๋ย 1,000 ตัน และโรงงานหมักปุ๋ย 600 ตัน
“สิ่งที่กรุงเทพมหานครได้พยายามทำ คือ ไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2565 ในการทำนั้นก็มีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบการดำเนินการ แต่ในขณะเดียวกันโดยสรุปแล้วที่มีการแจ้งหนังสือไปทั้งหมด สรุปได้ว่า กรุงเทพมหานครได้แจ้งไป 2 ส่วน

ส่วนแรก คือ การที่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งก็ยอมรับว่าบริษัททั้ง 1,000 ตัน และ 600 ตัน ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา และก็ยอมรับความจริงว่าสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ภายใต้ความดูแลของผม ไม่ได้ดำเนินการกับบริษัทอย่างจริงจัง อย่างน้อยที่สุดจากข้อมูล ไม่มีการปรับกับทางบริษัทเลย ถึงค่าปรับนั้นจะไม่มาก แต่ก็ไม่ได้มีการปรับเลย
หลังจากที่มีการคุยครั้งสุดท้ายแล้ว ตามสัญญาระบุว่า หากบริษัทดำเนินการไม่เรียบร้อย ก็มีแผนให้บริษัทให้ทำตามแผนที่กำหนด มีทั้งแผนและขั้นตอน มีทั้งแบบประเมิน ถ้าบริษัทไม่สามารถทำตามสัญญาได้ ก็ต้องมีการเริ่มปรับตามสัญญา นั่นคือสิ่งที่สัญญาระบุไว้” นายจักกพันธุ์ชี้

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า แต่ต้องยอมรับว่าบางส่วนไม่มีสัญญาระบุไว้ แต่ก็มีการสั่งเพิ่มเติมไป ยกตัวอย่างเช่น เราได้แจ้งไป 5 เรื่อง โดยเรื่องแรก คือ ทุกโรงงานต้องปรับปรุงให้เป็นระบบปิด ก็ยอมรับว่าในสัญญาไม่มี แต่ในขณะเดียวกันไปลงพื้นที่ล่าสุด บริษัททำจริงแต่ยังไม่เรียบร้อย ก็ยอมรับ
“อันที่ 2 คือ บริษัทจะต้องติดตั้งระบบบำบัดอากาศ ตอนนี้ที่อ่อนนุชมีเพียง 2 โรงเท่านั้นที่มีระบบบำบัดอากาศที่เป็นไปตามที่เราได้ได้คุยกัน คือ โรงงาน MBT และ สถานีฝังกลบ 1,000 ตัน มีการติดตั้งเครื่องวัดกลิ่น ซึ่ง MBT ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีการติดตั้งประตูอัตโนมัติ ขณะเดียวกันก็จะมีการติดตั้งกล้อง CCTV ยอมรับว่าในส่วนโรงงานขนาด 600 ตัน และ 1,000 ตัน เขาเริ่มทำระบบปิดจริง แต่ยังไม่เรียบร้อย” นายจักกพันธุ์ระบุ
นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า การปรับปรุงสถานีขนถ่ายไปฝังกลบ ขนาด 1,000 ตัน/วัน เขาทำจบหมดแล้วทุกเรื่องที่ใช้คำว่าระบบปิด มีทั้งเครื่องวัดกลิ่น ตลอดจนประตูปิด-เปิดอัตโนมัติ รวมถึงโรงงาน MBT ทำเสร็จทุกกรณีที่ได้มีการแจ้งให้ทราบและได้สั่งการไป
“ในส่วนของ 600 ตัน และ 1,000 ตัน ยอมรับว่าในขณะนี้ ได้เริ่มมีการแก้ไข แต่ยังดำเนินการไม่เสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เริ่มแล้ว แต่ในขณะเดียวกันบางบริษัทเขาก็มีการติดเครื่องวัดกลิ่น 3 เครื่อง ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการที่เขาจะต้องดำเนินการให้เรียบร้อย ก็คงจะไปดูผลการดำเนินงานของเขา แต่เรื่องระบบปิดเริ่มแล้ว แต่ทำเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น” นายจักกพันธุ์แจง

ต่อมา น.ส.ภัทราภรณ์ ส.ก.เขตบางซื่อ กล่าวว่า ปัญญา คือ 2 โรงงานสุดท้ายที่ชี้แจงว่ายังทำไม่เสร็จ คำถามของตน คือ ทั้ง 2 โรงนี้เป็นบริษัทเดียวกัน ซึ่งก็น่าจะมีการดำเนินการคล้ายกัน โดยตัวระบบปิดที่ท่านชี้แจงไป ตนอยากทราบว่า ได้มีการปิดส่วนไหนไปแล้วบ้างจริงๆ แล้วไทม์ไลน์ที่จะเสร็จเป็นระบบปิด 100 เปอร์เซ็นต์ คือเมื่อไหร่
“ดิฉันขอเพิ่มเติมว่า จากที่ฟังเสียงของประชาชน ตัวม่านพลาสติกและตัวประตู มันมีการทำขึ้นจริง แต่ว่าเมื่อเวลาดำเนินการจริง พอเข้าไปตรวจสอบแล้วก็ยังเปิดอยู่ ก็ขอฝากท่านด้วย” น.ส.ภัทราภรณ์ระบุ

ด้าน นายจักกพันธุ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตนได้เชิญบริษัทเข้ามาคุย บอกให้เขาทำระบบปิด ก็ยอมรับว่าสิ่งที่ตนสั่งไปสัญญาไม่ได้เขียนไว้ แต่ขณะเดียวกัน การทำงานของบริษัทก็ต้องเป็นไปตามสัญญา แล้วสัญญาก็พูดถึงการดูแลเรื่องสภาวะสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานด้วย
“ในขณะนี้ในบริษัทเริ่มทำ แต่ถามว่าเสร็จเมื่อไหร่ ผมก็สั่งให้เขาจัดทำแผนมาให้ผม ก็ยอมรับว่าในขณะนี้แผนยังไม่มา หลังจากที่ไปดูครั้งสุดท้ายนี้ ก็ไปกำชับว่าต้องมีแผนการทำให้เสร็จเรียบร้อย แล้วก็ต้องมีแผนชัดเจนว่า จะทำเสร็จเมื่อไหร่ ซึ่งในวันนั้นก็ค่อนข้างมีประเด็นพอสมควร
ผมยอมรับว่า ทั้ง 2 บริษัทนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มเซ็นสัญญามาตั้งแต่ปี 2562 แล้วหมดสัญญาปี 2569 หรือ 2570 ซึ่งก็ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบว่า 2 โรงนี้อาจจะเกิดมาก่อนที่ผู้บริหารชุดนี้จะมา แต่เมื่อเข้ามาแล้วอย่างน้อยที่สุด ก็จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญา” นายจักกพันธุ์เผย
นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น เรื่องแผนการทำงานอย่างชัดเจน ตนจะเชิญเขามาคุยพร้อมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อม ให้มีความชัดเจนว่าอย่างน้อย เขาจะทำเสร็จเรียบร้อยได้เมื่อไหร่ แล้วก็เน้นว่า เรื่องการปฏิบัติตามสัญญาอย่างน้อยที่สุดว่า บริษัทไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาอย่างแท้จริง แล้วก็ต้องยอมรับว่า ในส่วนของผู้ควบคุมและตรวจรับงานก็ไม่ได้มีการปฏิบัติตามสัญญาอย่างครบถ้วนถูกต้องเหมือนกัน

ด้าน น.ส.ภัทราภรณ์ สก.เขตบางซื่อ ถามคำถามต่อเนื่องว่า เมื่อสักครู่รองผู้ว่าฯจักกพันธุ์ กล่าวว่ามีผู้ควบคุมงานที่ไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา ไม่ทราบว่าเป็นผู้ควบคุมงานจากฝ่ายใด
นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ก็เป็นคณะกรรมการที่ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมตั้งมา ซึ่งตนก็คุยเรื่องนี้มาหลายครั้ง อันนี้ตนไม่ปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากหากตนดูแลรับผิดชอบสำนักสิ่งแวดล้อม แล้วกรรมการควบคุมและตรวจการจ้าง ทำไม่เรียบร้อย ความรับผิดชอบก็อยู่ที่ตนด้วย ตนก็คงปัดไม่ได้ ฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องกำกับดูแล


