ไทย จ่อส่งลิงอุรังอุตัง 4 ตัว กลับอินโดนีเซีย ภายในปีนี้ ยกระดับความร่วมมือสกัดการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานฯได้เดินหน้ายกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอินโดนีเซียในการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งในวานนี้ (17 ก.ค.) ได้เข้าร่วมประชุมหารือด้านความมั่นคงไทย-อินโดนีเซีย ครั้งที่ 2 (The 2nd Thailand–Indonesia Security Dialogue)
โดยมี นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย ขณะที่ฝ่ายอินโดนีเซียนำโดย พล.ท.โมฮัมหมัด ฮาซัน เลขาธิการกระทรวงประสานงานกิจการการเมืองและความมั่นคง

นายสดุดีกล่าวว่า ได้กล่าวถ้อยแถลงในประเด็น “อาชญากรรมข้ามชาติด้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย” โดยเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานร่วมกัน 2 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.การยกระดับการส่งสัตว์ป่ากลับคืนถิ่นกำเนิด ซึ่งอาจรวมถึงสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีไซเตส (CITES) เพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน
“นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการดำเนินการภายใต้พันธกรณีของอนุสัญญาไซเตส โดยฝ่ายไทยเตรียมส่งกลับอุรังอุตัง 4 ตัวกลับถิ่นกำเนิด ซึ่งเป็นการตรวจยึดจับกุมได้ 5 ตัว ตายไป 1 ตัว โดยจับกุม 3 ตัว ในพื้นที่ จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2568 ส่วนอีก 2 ตัว จับได้ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาเกษตรนิวมินทร์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2568 โดยเป็นการล่อซื้อของตำรวจกองกำกับการ 1 บก.ปทส.
โดยทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดีอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (เขาประทับช้าง) จ.ราชบุรี ซึ่งไทยเตรียมส่งกลับอุรังอุตัง 4 ตัว สัตว์ป่าที่อยู่ในบัญชีไซเตส กลับประเทศอินโดนีเซียภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งจะถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินโดนีเซีย” นายสดุดีกล่าว

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญอีก 5 ด้าน ได้แก่ สถานการณ์ความมั่นคงในระดับภูมิภาค การต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่ง อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ความมั่นคงทางทะเล คาดว่าผลจากการประชุมครั้งนี้จะช่วยยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น






