สปสช.ยันงบผู้ป่วยในคงเดิม ไม่มีลด ส่วนการตรวจสอบเวชระเบียนเป็นมาตรฐานเบิกจ่าย
วันนี้ (20 กรกฎาคม 2568) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า โรงพยาบาล (รพ.รัฐ) เตรียมคืนเงิน สปสช. 4,000 ล้านบาท เนื่องมาจากการสุ่มตรวจสอบเวชระเบียน ว่า

กรณีดังกล่าว สปสช. ขอชี้แจงว่าการสุ่มตรวจสอบเวชระเบียนดังกล่าวนั้นเป็นไปตามมติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่เห็นชอบการนำผลตรวจสอบมาใช้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาจ่ายค่าใช้จ่ายบริการผู้ป่วยในทั่วไปให้แก่หน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขและความเป็นธรรมในระบบ และการสุ่มตรวจสอบร้อยละ 3 นั้น สปสช. ดำเนินการตามประกาศซึ่งมีการแจ้งตั้งแต่ต้นปีและเคยดำเนินการมา และได้ขอคำแนะนำจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในการดำเนินการและต้องมีการคำนวณค่าความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ที่ร้อยละ 95 ด้วย
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบพบว่า แพทย์ที่ทำหน้าที่บันทึกและสรุปเวชระเบียนผู้ป่วยในมีทั้งการบันทึกที่น้อยกว่าการให้บริการจริง และบันทึกมากกว่าการให้บริการจริง ดังนั้น เพื่อให้เป็นผลงานที่แท้จริง กรณีที่พบว่า บันทึกน้อยกว่าการให้บริการจริง สปสช. ก็จะปรับเพิ่มผลงานในส่วนที่เบิกมาขาด ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับงบประมาณเพิ่มตามผลงานที่ทำมาจริง แต่กรณีที่บันทึกมากกว่าการให้บริการจริง สปสช.ก็จะปรับลดผลงานในส่วนที่เบิกมาเกิน เพื่อให้เป็นผลงานที่แท้จริง
“และในช่วงปลายปีงบประมาณ หากงบผู้ป่วยในยังมีเงินคงเหลือหลังจากการให้บริการจริงแล้ว สปสช. ก็จะโอนงบส่วนนี้ให้กับ รพ.ทั้งหมด แต่หากงบประมาณไม่พอตามผลงานการให้บริการจริง สปสช. ก็จะทำเรื่องเสนอของบประมาณจากสำนักงบประมาณและรัฐบาลต่อไป โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลการให้บริการจริงที่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบมาแล้ว ดังนั้น จะเห็นได้ว่า งบประมาณผู้ป่วยในที่อยู่ในส่วนของการปรับลดหรือเพิ่มผลงานยังคงอยู่ในงบประมาณรวมผู้ป่วยในทั้งหมด ไม่ได้อยู่ที่ สปสช. จึงไม่ใช่ รพ.เตรียมคืนเงินให้กับ สปสช. แต่อย่างใด” ทพ.อรรถพร กล่าว
โฆษก สปสช. กล่าวว่า การที่บอร์ด สปสช. มีมติให้ดำเนินการเช่นนี้ ก็เพื่อพัฒนามาตรฐานการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้มีความเป็นธรรม และการบันทึกเวชระเบียนก็เป็นหนึ่งในมาตรฐานของวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ต้องทำให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ในต่างประเทศดำเนินการเช่นนี้อยู่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ไม่หวังดีอาศัยช่องโหว่มาเบิกจ่ายเกินกว่าที่ให้บริการ และให้ความเป็นธรรมกับ รพ.ที่บันทึกข้อมูลน้อยกว่าการให้บริการจริงให้ได้รับเงินชดเชยการบริการอย่างยุติธรรมด้วย

