สปสช.เผย 8 รพ.เอกชนในกรุงเทพฯ เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทองต่อเนื่อง
วันนี้ (21 กรกฎาคม 2568) นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร นั้น นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช.ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือก รพ.เอกชน ที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็น จำนวน 46,339 คน แล้ว

นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า สำหรับ รพ.เอกชน 8 แห่ง ที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง
1.รพ.เพชรเวช (เขตห้วยขวาง) ลงทะเบียนแล้ว 14,642 คน โทร.1390
2.รพ.ไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ) 11,300 คน โทร.0 2427 9966 ต่อ 512,515 มือถือ 06 4183 3237
3.รพ.ไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) 7,129 คน โทร.0 2635 7123 /มือถือ 08 3945 8591
4.รพ.บางนา 1 (เขตบางนา) 6,602 คน โทร.0 2746 8630-8
5.รพ.แพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) 4,269 คน โทร.0 2314 0727
6.รพ.เดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ) 1,178 คน โทร.0 2322 9555
7.รพ.มิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) 910 คน โทร.0 2455 5599
8.รพ.กล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา) 282 คน โทร.06 4569 9098
“สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่ รพ.เอกชน ทั้ง 8 แห่ง ข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่ รพ.ลงทะเบียน หรือ ดำเนินการผ่านแอพพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วัน” นพ.วีระพันธ์ กล่าว
รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดี หากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หรือ โทร.สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้น

