‘หมอแทน’ ลุยสุราษฎร์ฯ เร่งนโยบาย ‘คืนคนคุณภาพสู่สังคม’ ชูสวนสราญรมย์โมเดลบำบัดยา 120 วัน

21.07.25 | 15:51 น.

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดและผู้ติดยาเสพติด ว่า ตนได้ย้ำถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการ “คืนคนคุณภาพสู่สังคม” และขอชื่นชม รพ.สวนสราญรมย์ ที่เป็นต้นแบบในการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม และเน้นย้ำความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสร้างระบบการดูแลที่ยั่งยืน

นายชัยชนะ กล่าวว่า รัฐบาลมองว่าผู้เสพยาเสพติดคือ “ผู้ป่วย” ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและบำบัดฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งนโยบาย “คืนคนคุณภาพสู่สังคม” จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยขณะนี้มี “สวนสราญรมย์โมเดล” ด้วย FAST และ Matrix แนวทางบำบัดที่มีประสิทธิภาพ รพ.สวนสราญรมย์ ได้รับการยกย่องในการนำ FAST model มาประยุกต์ใช้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วย ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นความรวดเร็วและประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการบูรณาการแนวทาง Matrix ที่เป็นการดูแล บำบัดรักษา และฟื้นฟูแบบระยะยาว 120 วัน โดยแบ่งเป็น 1.บำบัดผู้ป่วยใน (Inpatient Treatment) ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดใน รพ. เป็นระยะเวลา 45 วัน เพื่อถอนพิษยาและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจเบื้องต้น และ 2.บำบัดแบบผู้ป่วยนอก (Outpatient Treatment) โดยมาพบแพทย์และทีมสหวิชาชีพ เดือนละ 1 ครั้ง จนครบระยะเวลา 4 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษา ให้คำปรึกษา และป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ

“ผลลัพธ์น่าประทับใจ ผู้ป่วยกลับคืนสู่สังคมและมีอาชีพ ในปี 2566-2567 ผู้ป่วยสามารถ กลับไปประกอบอาชีพได้ถึง 41.5% สำหรับปี 2568 ตัวเลขนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยผู้ป่วยสามารถ กลับไปประกอบอาชีพได้ถึง 89.4% ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำ อาชีพเดิม ของตนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชีพเกษตรกรรม และ งานทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่สามารถกลับเข้าสู่ ระบบการศึกษา ได้อีกครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างแท้จริง” นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือกับ อปท. ในการดำเนินงานตามแนวทาง “คืนคนคุณภาพสู่สังคม” โดย อปท. จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนในระดับชุมชน ทั้งในด้านการสนับสนุนการบำบัดฟื้นฟู การติดตามดูแลผู้ป่วยหลังออกจากสถานบำบัด และการสร้างโอกาสทางอาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนได้อย่างปกติสุขและยั่งยืน ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายดังนี้ 1.สร้างการบูรณาการความร่วมมือสาธารณสุข-ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยจิตเวชที่อาจไม่กล้าเปิดเผยตัว จะมีการสร้าง LINE OA หรือ สายด่วน เพื่อให้เข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น 2.ดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตในพื้นที่ห่างไกลสนับสนุนการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ชนบท ด้วยการจัดหา ชุดอุปกรณ์การตรวจแบบเคลื่อนที่ และ รถโมบายคลายเครียด

3.โครงการ “Thailand Triple-P (Preschool Parenting Program)” สร้างทักษะการเลี้ยงดูเด็กช่วงปฐมวัย “เลี้ยงเก่งลูกเก่ง” เพื่อพัฒนา IQ และ EQ ตั้งเป้าขยายผลให้ครบ 100,000 ครอบครัวภายในสิ้นปีนี้ และขับเคลื่อนโครงการ “วัยรุ่นติดเกราะ Bully to Buddy” สำหรับช่วงอายุ 13 – 15 ปี และ 4.ขับเคลื่อนโครงการ “มินิธัญญารักษ์” ขอความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการสนับสนุนการรายงานและติดตามข้อมูลผู้เสพยา จับมือกับ อปท. นำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ อบต.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช, เทศบาลเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช, เทศบาลเมืองท่าข้าม จ.สุราษฎร์ธานี, อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี และ อบต.เสม็ดใต้ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยคืนคนดีกลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน โดยรองรับรุ่นละ 100 คน ในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด พร้อมใช้แอพพลิเคชั่น “ล้อมรักษ์ คืนคนดีสู่สังคม” สำหรับรายงานผ่านระบบออนไลน์ หากบำบัดเกิน 3 ครั้งแล้วกลับมาติดซ้ำ จะมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษ และประสานงานกับกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพ

Advertisement

ทั้งนี้ นายชัยชนะ กล่าวว่า นอกจากการรักษาและกำกับติดตามผู้ป่วยด้านจิตเวชแล้ว ต้องผลักดันระบบช่องทางออนไลน์เพื่อ ให้คำปรึกษา และ คัดกรองเบื้องต้น สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับความเสี่ยง (สีส้ม-สีแดง) เพื่อให้เข้ารับการรักษากับจิตแพทย์หรือนักบำบัดอย่างทันท่วงที