ส.ก.รุมถกเดือด! ‘เฮียล้าน’ จี้กทม.แก้ปัญหา ‘ลอบทิ้งขยะลงคลอง’ แนะติดกล้อง-ปรับจริงจัง! หวั่นเป็นคลองแสนแสบ2 ด้านรองจักกพันธุ์ ยันมีรางวัลนำจับ พร้อมกำชับโดยหน่วยงานตรวจคลองไม่น้อยกว่า 900 ครั้ง/เดือน
วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2568 โดยมี ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธาน การประชุม
ในตอนหนึ่งของการประชุม นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สก.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครเพิ่มมาตรการและเข้มงวดต่อผู้ลักลอบทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง
นายสุทธิชัย กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบทิ้งขยะในแม่น้ำ ลำคลอง โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ ก่อให้เกิด “ปัญหากีดขวางทางน้ำ” ส่งผลให้ทางระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม คุณภาพของน้ำลดลง แม้การทิ้งขยะตามแม่น้ำลำคลองเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณะสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 แต่ยังมีผู้กระทำความผิดอยู่ จึงเสนอให้ทาง กทม.จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราความเรียบร้อยทั้งทางบกและทางน้ำ ตรวจจับและการแจ้งเหตุ รวมถึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ลดการทิ้งขยะสู่แม่น้ำ ลำคลอง
“กทม.มีคลองมากกว่า 1,682 คลอง ซึ่งพบปัญหาขยะสะสม น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น บางแห่งเสื่อมโทรม จนอาจจะกลายเป็น คลองแสนแสบสอง ด้วยซ้ำ มาจากพี่น้องประชาชนบางส่วนทิ้งขยะทั้งชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก ลงลำคลอง ปัญหามาเกิดที่หน้าประตูระบายน้ำ ในแผนป้องกันปัญหาน้ำท่วมของสำนักระบายน้ำ มีผลกระทบกับภาพรวม นี่คือสิ่งที่หลายเขต 50 เขต ควรดูและเข้มงวดในเรื่องนี้ สาเหตุเชิงโครงสร้างจะเห็นว่ามีความล้มเหลวในการจัดการต้นทางขยะ ขาดการประชาสัมพันธ์และความเข้มงวดในการบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ ระบบระบายน้ำฝั่งธนฯ อิงคลองธรรมชาติมีผลกระทบเช่นกัน จึงเสี่ยงเกิดน้ำท่วม” นายสุทธิชัยกล่าว
นายสุทธิชัย ชี้ว่า เสียงจากประชาชน ชาวกทม. แจ้งว่าเกิดปัญหาขยะล้นถัง ไม่มีระบบแยกขยะ รถเก็บขยะเข้าไม่ถึง จึงทิ้งขยะลงคลองเป็นกิจวัตร ไม่มีใครบังคับใช้กฏหมาย ซึ่งอาจมองว่ามีความเข้มงวดทางบกแล้ว แต่หันกลับมามองทางน้ำเข้มงวดแล้วหรือยัง อาจดูแลแต่ดูแลไม่ทั่วถึง ทั้งที่มีโทษ จับปรับตาม พ.ร.บ. กฏหมายไม่ไปเข้มงวดกับผู้ที่กระทำความผิด จึงเกิดปัญหาซ้ำซากถึงปัจจุบัน
“กฏหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 มาตรา 33 ห้ามถึงขยะลงน้ำ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 31 (2) ทิ้งขยะนอกที่ราชการจัดไว้ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ทั้ง กทม. ออกระเบียบแล้วว่า ผู้แจ้งเบาะแสรับ 50% ของค่าปรับ แต่คำถามคือ เรา ใช้กฏหมายนี้จริงจังแค่ไหน
“ถึงเวลาหรือยังที่สำนักเทศกิจของเขตก็ดี ของสำนักก็ดี ควรต้องมีการประชุมว่าจะมีการตรวจตราอย่างไร คนไหนรับผิดชอบคลอง อย่างไรก็แล้วแต่ คอยตรวจดู คอยปรับได้ไหมว่าใครทิ้งขยะ บางครั้งเมื่อนั่งเรือไปจะเห็นฟูกใหญ่ ๆ เก้าอี้ใหญ่ ๆลอยน้ำมา ขยะใส่ถุงโยนลงมาก็เยอะ ขยะที่อยู่ตามแม่น้ำ ลำคลองปัจจุบัน ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีมาก คนทิ้งขยะบนบกก็ทิ้ง บนน้ำก็ทิ้ง บางลำคลองทิ้งขยะมาก ๆ ปลาตายก็หาสาเหตุไม่ได้ ถึงแม้ กทม. จะบอกว่า ทิ้งขยะถูกปรับแน่ ฝากทางผู้บริหาร กทม. ด้วยว่าจะต้องเข้มงวด เราขาดการตรวจสอบ และปฏิบัติตามกฏหมายอย่างจริงจัง เขาก็ไม่กลัว ไม่มีกฏหมายมาจับ ก็ทิ้งกันแล้ว ทิ้งกันอีก ทิ้งกันเยอะแยะแต่ไม่มีใครจับปรับ” นายสุทธิชัยย้ำ
นายสุทธิชัย ยังระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีหลายปัจจัย นอกจากคนที่อยู่ริมคลอง ยังมีผู้ประกอบอาชีพทางเดินเรือ ทิ้งขยะตามแม่น้ำ ลำคลอง สามารถนำไปทิ้งบนบกได้ ไม่ใช่การทิ้งด้วยความมักง่าย แม่น้ำ ลำคลอง เป็นสมบัติส่วนกลางของประชาชนใช้ร่วมกัน ต้องรักษาความสะอาดด้วย
พร้อมกันนี้ นายสุทธิชัยฝากข้อเสนอเชิงรุกต่อฝ่ายบริหาร กทม. คือ 1. ติดตั้ง CCTV จุดเสี่ยงริมคลอง 2. เปิดช่องทาง แจ้งเบาะแส และรางวัลน้ำจับทันที 3. ปรับระบบถังขยะ – แยกประเภท และเพิ่มจุดตั้งถัง 4. จัดหาเรือเก็บขยะอัตโนมัติ สำหรับคลองแคบ 5. เทศกิจจับจริง ปรับจริง ให้เป็นแบบอย่าง
“คลองไม่พูด แต่คลองสะอื้นได้ ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่กทม.ต้องลงมือจริง ไม่ใช่แค่รณรงค์ เพื่อกรุงเทพฯ ที่น่าอยู่สำหรับทุกคน” นายสุทธิชัยกล่าว

ด้าน นายตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก. เขตหลักสี่ กล่าวเสริมว่า เขตหลักสี่มีคลองสายหลัก 2 คลอง คือคลองเปรมประชากร และคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร ถือเป็นหนึ่งคลองที่มีปัญหาการทิ้งขยะ และปัญหาบ้านรุกล้ำลงคลองเปรมประชากร เกือบ 1,000 หลัง บ้านที่พักอาศัยอยู่ริมคลองมีทางเข้าคับแคบ จึงมีความจำเป็นต้องสร้างที่พักขยะริมคลอง
“เป็นไปไม่ได้ที่ทางเจ้าหน้าที่สามารถเข้าเก็บขยะทางบกได้ เดิมในอดีตมีการเก็บขยะริมคลองโดยทางเรือ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เก็บขนมีภาระหนัก และขยะสกปรกมาก โครงการแยกขยะ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะรักษาเจ้าหน้าที่เก็บขนขยะไว้กับเราได้นาน ๆ ขยะเน่าเสียจะน้อยลง การเก็บขนก็จะมีความง่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บไม่ได้ ทุกคนต้องนำขยะมากองไว้ที่ริมตลิ่ง ซึ่งเป็นจุดพักขยะ เมื่อเจ้าหน้าที่เก็บขนมีน้อย ขยะก็กองเป็นจำนวนมาก ตลิ่งมีไม่มากพอ ขยะพวกนี้ก็จะร่วงหล่นลงคลอง เตียง ตู้เย็น รวมทั้งซากสัตว์ เรามาถูกทางเรื่องการแยกขยะ แต่อยากฝากถึงทางผู้บริหารเร่งรัดโครงการบ้านมมั่นคง ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะลงคลองได้” นายตกานต์เผย
ขณะที่ นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า ญัติติที่คุณสุทธิชัยยื่นเข้าเรื่อง ขอให้กทม. เพิ่มาตราการและเข้มงวดต่อผู้ที่ลักลอบทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำลำคลอง ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานมาก และมีคนยื่นมาทุกสมัยให้ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฏหมายให้เข้มข้น จากพ.ร.บ.รักษาความสะอาดดูแลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ค่อนข้างมีรายละเอียดเกี่ยวกับการบังคับใช้เรื่องขยะตามสถานที่ต่าง ๆ
“ผมเห็นด้วยกับการมีหลักฐานเช่นการติดตั้งกล้องวงจรปิดสมัยมีงบแปรญัตติเมื่อปี 2550 เกี่ยวกับคลอง สมาชิกหลายท่านมีการไปลอกคลอง ปรากฏว่ามีทั้งฟูก โซฟา เก้าอี้ สารพัด แต่หลักจากลอกเสร็จไม่ถึงเดือนเต็มอีกแล้ว ผมสังสัยว่ามันมาจากไหน ถ้าอยู่ทางฝั่งตะวันออกจะไม่ค่อยพบปัญหานี้ แต่ถ้าคนในพื้นที่จริง ๆ ไม่ทิ้งโดยเฉพาะคนเก่าคนแก่เพราะรักในถิ่นเกิดของตน คนที่ทิ้งไม่ใช่คนในพื้นที่หรือจะบอกว่าเป็นประชากรแฝงก็ได้เพราะพวกนี้ไม่รักถิ่นฐานของตนเอง
การทิ้งขยะลงในคลองส่วนใหญ่พบบริเวณบ้านเช่า อพาร์ทเม้นท์ ถ้าตรวจดูพื้นที่เหล่านี้จะพบว่ามีการโยนถุงข้าว ถุงแกง ลงในแม่น้ำ ถ้าเรามีมาตราการที่ดีจะสามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถไปยืนเฟ้าได้ สามารถตรวจสอบได้จากคลองไหนเสี่ยงบริเวณไหนมีปัญหา ถ้ามีการติดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ดังกล่าวอาจป้องกันได้ รวมถึงใช้พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเข้าไปร่วมกับ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดด้วย ติดกล้องวงจรปิดเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ” นายนภาพลชี้
นายนภาพล กล่าวอีกว่า ปี้นี้พิจารณางบมาจะตรวจสอบว่าว่ามีการปรับคนที่ทิ้งขยะบ้างไหมในแต่ละเขตเพราะคิดว่าไม่ค่อยมี อย่างในกรณีที่เราขับรถไปแล้วมีคนงานทิ้งขยะมาประชากรแฝงสร้างปัญหาให้กทม. ค่อนข้างเยอะ เงินอุดหนุนเราไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ย้ายเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นเราต้องเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะเขตแต่ละเขต
“ผมเคยตรวจสอบที่ซอยราชบูรณะ 1 ที่บอกว่าเอาพื้นที่ถนนไปทำหมู่บ้านก่อนถึงปลายซอยพบหมู่บ้านข้างเคียงเอาหินทุบทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเขตไม่ได้ดำเนินการอะไรจึงเห็นว่าถ้าเขตหรือเจ้าหน้าที่เอาจริงเอาจังก็สามารถปรามได้ แต่ถ้าไม่ปัญหานี้ก็จะเกิดต่อไป
ยังมีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้ยื่นญัตติเขตตลิ่งชันมีการถมคลองทั้งคลอง เขตมีการฟ้องศาลพิพากษาแต่ไม่มีการรื้อจนบัดนี้ ทางหน่วยงานยังบอกว่าสภาพเป็นคลองแล้วเป็นถนน จะยกเลิกสภาพคลองให้เป็นถนนเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน” นายนภาพลกล่าว

จากนั้น นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา พรรคประชาชน กล่าวว่า เขตชั้นนอกหรือเขตที่ไม่มีชุมชนแออัด จะประสบปัญหาเรื่องนี้น้อยกว่าเขตชั้นใน เพราะประชาชนในตลาด หรือ ร้านอาหารริมถนนที่อยู่ริมคลองค่อนข้างขาดความรู้ความเข้าใจว่า ถ้าล้างและเทเศษอาหารทิ้งลงคลองก็คือความผิดที่จะถูกปรับ 10,000 บาท ซึ่งเราก็จะผลักดันให้สำนักงานเขตประสานเทศกิจลงไปจับปรับอย่างจริงจังและให้ฝ่ายสิ่งแวดล้อมลงไปให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการติดตั้งบ่อดักไขมัน
ด้าน น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก. เขตปทุมวัน ขอบคุณฝ่ายบริหารที่มีนโยบาย 50 เขตให้ทำบ่อดักไขมันทุกเขต
ต่อมา นายอำนาจ ปานเผือก ส.ก. เขตบางแค พรรคประชาชน กล่าวว่า อีกประเด็นหนึ่งคือการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างของหน่วยงาน กทม. หรือของพี่น้องประชาชน ที่สำคัญคือการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรที่ติดกับริมคลอง โดยมีการถมดินและทะลักลงไปในคลองและมีเศษวัสดุเต็มไปหมด ซึ่งเป็นความไม่รับผิดชอบของหมู่บ้านจัดสรร อยากฝากให้ฝ่ายบริหารกำชับและแก้ไข ตลอดจนมีระเบียบให้ชัดเจนเกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรรซึ่งปัจจุบันมีเยอะมากในกรุงเทพมหานคร
ด้าน นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บ้านตนก็อยู่ติดกับคลองและเห็นขยะลอยไปลอยมาอยู่ทุกวันบางทีคนขับรถมาเอาขยะมาทิ้งที่คลองหรือสะพาน ตนจึงอยากเสนอให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามสะพานที่ข้ามคลองจะสามารถช่วยได้ในเรื่องการทิ้งขยะ
นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สภาพความเป็นจริงของสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นจากการผลิตคอนกรีตหรือแพล้นท์ปูนที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ จะส่งผลให้น้ำเสีย กรุงเทพมหานครต้องมีมาตรการในการควบคุมแพล้นท์ปูนให้ชัดเจน
นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทิ้งขยะควรเริ่มจากวินัยที่ปลูกฝังมาตั้งแต่ที่บ้าน ปัจจุบันฝ่ายบริหารก็มีโครงการในการแยกขยะ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ส่งเสริมการกำจัดขยะให้ถูกต้อง ควรสอนให้เด็กรู้จักการทิ้งขยะตั้งแต่อายุยังน้อย อยากฝากให้ทางสำนัก การศึกษามีการปลูกฝังในเรื่องนี้

จากนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คลองก็เหมือนเป็นเส้นเลือดหลักของกรุงเทพมหานครมาตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาคลองสภาพดีขึ้นหลายคลอง คลองแสนแสบเองก็มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้แล้วไม่ใช่แค่ขยะจากครัวเรือน แต่ขยะก็มาจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โครงการบ้านจัดสรรหรือว่าเป็นแพล้นท์ปูนที่ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับคลอง ในส่วนนี้ฝ่ายบริหารจะเร่งดำเนินการอย่างเข้มข้นและให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง
ต่อมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้ในปัจจุบันมีทั้งหมด 3 ฉบับฉบับแรกคือ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และ พ.ร.บ.สาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร ส่วนที่สามเป็น พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย กรมเจ้าท่าเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว
โดยกรุงเทพมหานครมีการประสานงานกับกรมเจ้าท่าเพื่อช่วยกันทำงาน ล่าสุดที่มีภาพเทขยะลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็มีการประสานงานกันและทางกรมเจ้าท่าเองก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการจับกุมและปรับ ในส่วนของกรุงเทพมหานครสำนักเทศกิจมีการทำแผนให้ทุกสำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจคลองที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเรื่องนี้เป็นตัวชี้วัดที่อยู่ในหน้าที่ของสำนักเทศกิจ และสำนักงานเขตจะต้องถือปฏิบัติด้วย ขณะนี้ตามตัวชี้วัดในแต่ละเดือน จะต้องลงตรวจดำเนินการดูแลรักษาคลองให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีการตรวจไม่น้อยกว่า 900 ครั้ง
“ส่วนในเรื่องการปรับหรือการติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมถึงการแจ้งเบาะแสเพื่อนำรางวัลค่าปรับให้กับผู้แจ้งเบาะแส ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทางกรุงเทพมหานครดำเนินการอยู่” นายจักกพันธุ์กล่าว
จากนั้น นายสุทธิชัย กล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายบริหารรับและเร่งดำเนินการเป็นเรื่องที่ดี และอยากจะฝากอีกหนึ่งเรื่อง คือ การจัดประชุมกับผู้ที่อาศัยอยู่ริมคลองให้ช่วยรักษาความสะอาดห้ามทิ้งขยะลงของไม่งั้นจะมีโทษปรับ เราควรจะประชาสัมพันธ์ให้เขาทราบก่อนและเชื่อว่าทุกคนเกรงกลัวกฎหมายและจะให้ความร่วมมือ นอกจากนั้นเราต้องมอบถังขยะให้กับพื้นที่นั้นๆ ไปเลย และหาที่พักขยะในพื้นที่ชุมชนริมคลอง

