ส.ก.ถามตรงๆ รถไฟฟ้าถูกลง แต่ปชช.ยังจ่ายหลายต่อ? ชงเร่งเพิ่ม Feeder ควบคู่ 20 ตลอดสาย

23.07.25 | 18:12 น.

ส.ก.วิพุธ ถามตรงๆ รถไฟฟ้าถูกลง แต่ปชช.ยังต้องเสียหลายต่อ? ชง กทม.เร่งพัฒนา Feeder คู่ขนาน 20 บาทตลอดสาย

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสมาชิกสภากรุฃเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 4) ประจำปี 2568 โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เป็นประธานสภาฯ

ในตอนหนึ่ง นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก เสนอญัตติของ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครศึกษาแนวทางและพัฒนาโครงข่ายระบบรถรับส่งต้นทาง–ปลายทาง (Feeder) ให้ครอบคลุมเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร

นายวิพุธกล่าวว่า ตนคิดว่าวันนี้เรากำลังใกล้เดินถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของ กทม. กับโอกาสสร้างเมืองที่จะเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน ในฐานะคนที่ทำงานขับเคลื่อนเมืองนี้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เรากำลังจะมีจุดเปลี่ยนสำคัญในระบบขนส่งของกทม.

Advertisement

คือวันที่ 1 ต.ค.นี้ รัฐบาลจะเริ่มนำนโยบาย 20 บาทตลอดสาย มาสู่การปฏิบัติจริง นี่คือโอกาสที่จะเปลี่ยนวิธีคิด จากโครงสร้างพื้นฐาน ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้กับคนทุกกลุ่มในเมือง เพราะเป็นครั้งแรกที่โครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมด 8 สาย 13 เส้นทาง กว่า 194 สถานี ทั้งบนดิน ใต้ดิน และแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จะถูกเชื่อมด้วยแนวคิด ‘การเดินทางคือสิทธิพื้นฐาน’

“ปัญหาคือ เรารู้ดีว่านโยบายนี้ต่อให้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่สร้างระบบการเดินทางที่เชื่อมต่อได้ทุกพื้นที่ คนจำนวนมากก็จะยังคงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง อันนี้คือเรื่องจริง แล้วเป็นโอกาสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป จึงต้องเริ่มต้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ Feeder”

ผมคิดว่ามันจะต้องเดินไปควบคู่กับ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย 2 อย่างบวกกันจะกลายป็นหัวใจของ Smart Urban Mobility ความเป็นจริงชีวิตของคนเมือง ปัญหาที่กำลังเผชิญคือ First Mile และ Last Mile คนรู้สึกว่าเสียเวลา เสียเงิน ต้องเดินทางหลายๆ ต่อ หรือถอดใจจากการใช้ขนส่งสาธารณะ เพราะขาดการเชื่อมต่อที่สะดวก ปลอดภัยและเป็นธรรม”

นายวิพุธกล่าวต่อว่า อย่างประเทศใกล้เคียง ล้วนแล้วแต่ใช้ระบบ Feeder Bus เป็นคำตอบ เช่น สิงคโปร์ พัฒนา Feeder เชื่อมกับ MRT, ฮ่องกง ใช้ MTR Light Bus และ Green Minibus ส่วนจาการ์ตา เขาก็มี TransJakarta Feeder เมืองเหล่านี้เขารู้ดีว่า ถ้าไม่มี Feeder ระบบขนส่งมวลชน จะไม่ถึงมือประชาชน

ซึ่งวันนี้ กทม.เริ่มแล้ว ต้องขอชื่นชม เรามี BMA Feeder นำร่องใน 6+1 เส้นทาง ซึ่งให้บริการฟรีในบางเส้นทาง ได้รับเสียงตอบรับที่ดี นี่อาจจะเป็นเพียงโครงการเล็กๆ แต่ผมเชื่อว่า BMA Feeder ได้พิสูจน์แล้วว่า ‘เป็นโครงการที่ประชาชนต้องการ’ คนเมืองต้องการทางเลือก การเดินทางจะดีขึ้นได้ ถ้าเข้าถึงจริงๆ เป็นสิ่งที่เราพยายามทำ เพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มโอกาสเขาถึงบริการของรัฐ และให้การเดินทางเป็นสิทธิ”

ผมต้องตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา แล้วถ้าเราทำให้ ‘ค่าโดยสารถูกลง แต่ประชาชนยังต้องเสียหลายต่อ’ เสียค่าวินมอ’ไซค์ ต่อรถสองแถว หรือต้องเดินเป็นกิโลฯ เพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟฟ้า นโยบายที่รัฐบาลจะไปถึงเป้าหมายได้จริงหรือเปล่า ดังนั้นต้องเดินคู่ไปกับ Feeder นายวิพุธชี้

นายวิพุธกล่าวอีกด้วยว่า วันนี้ กทม.ต้องลุกขึ้นมาขยับเขยื้อน ทำอย่างที่เคยทำ แต่ต้องออกแรงมากขึ้น ด้วยการสร้างและพัฒนาระบบ Feeder ให้ทำงานควบคู่กับรถฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อให้ กทม.เป็นเมืองที่ขนส่งมลชนเข้าถึง จับต้องได้ทุกคน อย่างแท้จริง

จากนั้น นายวิพุธยกตัวอย่าง Feeder ในปัจจุบันที่ประชาชนต้องจ่ายค่าเดินทาง ซึ่งมีหลายรูปแบบ อาทิ รถตู้ รถสองแถว กระป๊อ มินิบัส ตุ๊กตุ๊ก วิน Muvmi พร้อมเสนอแนะแนวทางกำหนดเส้นทาง Feeder ที่ต้องคำนวณทั้งความทับซ้อนของพื้นที่ โครงข่าย ความต้องการ ความหนาแน่นของประชากร รวมถึงผังเมืองที่ต้องนำมาพิจารณร่วมด้วย

ทั้งนี้ นายวิพุธ ยังกล่าวย้ำในช่วงท้ายด้วยว่า หากมี Feeder ที่เชื่อมต่อในทุกๆ พื้นที่ จะช่วยให้ประชาชนเดินทางง่าย ค่าใช้จ่ายลด คนหันมาใช้ชขนส่งสาธารณะ มลพิษลดลง

“จึงขอให้ กทม.เร่งศึกษาพัฒนาโครงข่าย Feeder อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งโดยสมบูรณ์” นายวิพุธกล่าวทิ้งท้าย