รพ.ราชวิถี เผยฝังประสาทหูเทียมปีละกว่า 20 ข้าง แก้ปัญหาพิการหูหนวกแต่กำเนิด

31.07.25 | 09:00 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พญ.สมจินต์ จินดาวิจักษณ์ หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ข้อมูลผู้พิการในประเทศไทย จากทะเบียนผู้พิการ  2.2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้พิการทางการได้ยิน 4 แสนกว่ารายซึ่งเป็นอันดับที่ 2 รองมาจากความพิการทางการเคลื่อนไหว และพบว่ามีเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีการลงทะเบียนผู้พิการทางการได้ยินกว่า 900 ราย โดยความสำคัญของความพิการทางการได้ยินก่อนมีภาษาคือ เมื่อไม่ได้ยินก็จะไม่สามารถเรียนรู้ภาษา ไม่สามารถเข้าใจ ไม่สามารถสื่อสาร สูญเสียโอกาสทางการศึกษา และโอกาสในการมีอาชีพดูแลตนเองได้ยากลำบาก ต้องพึ่งพิงครอบครัว

พญ.สมจินต์ กล่าวว่า การคัดกรองการได้ยินทารกแรกเกิดทุกราย ปัจจุบันเป็นชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เด็กไทยทุกคนที่เกิดมีสิทธิได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยินทุกรายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีการคัดกรองการได้ยินในโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์กระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ  การตรวจนี้เป็นไปตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลกซึ่งจะทำให้สามารถค้นหาทารกที่มีปัญหาทางการได้ยินได้ตั้งแต่อายุ 3-6 เดือน เนื่องจากทารกที่คัดกรองการได้ยินไม่ผ่านจะมีการส่งต่อเพื่อให้การวินิจฉัย ภายในอายุ 3 เดือน และจะเริ่มมีการฟื้นฟู ได้แก่การใส่เครื่องช่วยฟัง หรือ การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม ตามข้อบ่งชี้ ภายในอายุ 6 เดือน เพื่อให้เด็กได้ยินและมีโอกาสที่จะสามารถฝึกให้พูดได้ใกล้เคียงเด็กปกติ“แตกต่างจากในอดีตที่จะมีการพาเด็กมาพบแพทย์เมื่อเด็กไม่พูด ซึ่งจะมาพบแพทย์อายุประมาณ 1-2 ปี” พญ.สมจินต์ กล่าวและว่า อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการฟื้นฟูได้แก่ เครื่องช่วยฟัง และ เครื่องประสาทหูเทียมได้รับการสนับสนุนจากทาง สปสช. เช่นกัน โดยทาง รพ.ราชวิถี มีการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมให้เด็กในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจำนวน 40-50 ข้าง ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก สปสช. ระบุในปี 2567 มีการใช้งบประมาณเพื่อการคัดกรองการได้ยินทารกแรกเกิดจำนวน 61,864,300 บาท ขณะเดียวกัน ได้มีการพิจารณาการจัดสรรงบ ในปี  2568 จำนวน 51,959,300 บาท

พญ.สมจินต์ กล่าวว่า นอกจากนี้  รพ.ราชวิถี กำลังดำเนินการพัฒนานวตกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการรับบริการของประชาชนด้านสุขภาพทางการได้ยินเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก นักตรวจแก้ไขการได้ยินขาดแคลน โดยกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้ตรวจการได้ยินด้วยตนเองได้ หรือมีพัฒนาเทคโนโลยีอื่นในการตรวจการได้ยินผ่านตู้ตรวจซึ่งสามารถเคลื่อนที่ ไปในชุมชน และนักตรวจแก้ไขการได้ยินสามารถทำงานผ่านระบบออนไลน์เข้ามาตรวจได้ ช่วยลดการเดินทางของทั้งผู้ป่วย และ นักตรวจแก้ไขการได้ยิน