ส.ก.ลาดกระบัง ลั่น! ปอดคนกรุงพูดไม่ได้ ชงจัดเก็บค่าธรรมเนียมแค่ ชม.เร่งด่วน คุมรถปล่อยฝุ่น เข้ม ‘เขตมลพิษต่ำ’

1.08.25 | 12:41 น.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญสมัยที่สาม (ครั้งที่ 5)ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งประธานสภา กทม.

นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ในตอนหนึ่งกล่าวว่า ปัญหาการจราจรเช่นปัจจุบันนี้ เบื่อหรือไม่? รถติด ฝ่าฝืนการจอดรถในที่ห้ามจอด ขับขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า  ผมอยากแจกหน้ากากอนามัยคนละ 1 ชิ้น แต่ในห้องสภาแห่งนี้ไม่ใส่หน้ากาก และส่วนตัวผมก็เป็นคนไม่ชอบใส่หน้ากาก

ปัญหาการจราจรหลัก 2.ข้อ

Advertisement
  1. การจราจรในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร

1.1 ปัญหาการขาดระบบเชื่อมต่อ (Feeder Bus)
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีรถโดยสารฟีดเดอร์เพียง 6 เส้นทางเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับความต้องการ น่าเสียดายแม้งบประมาณประจำปี 2569 จะสามารถจัดสรรเพิ่มเติมได้ แต่ได้รับแจ้งว่างบในส่วนนี้ถูกตัดออกไปแล้ว จึงขอฝากท่านผู้ว่าฯ พิจารณาทบทวน

1.2 ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ
กรุงเทพฯ มีแยกจราจรทั้งหมด 746 แยก โดยติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแล้ว 561 แยก อีก 185 แยกยังไม่มีการติดตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นแยกทางเอก–ทางโท จึงควรเร่งพัฒนาระบบควบคุมสัญญาณไฟอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ลดการพึ่งพาเจ้าหน้าที่ประจำป้อม

1.3 กล้อง AI ตรวจจับการฝ่าฝืนบนทางเท้า
ในปีงบประมาณ 2567 ติดตั้งกล้อง AI เขตละ 2 จุด แต่ปัญหาการใช้รถจักรยานยนต์บนทางเท้ายังคงอยู่ และน่าเสียดายที่ปี 2568 ไม่มีการจัดสรรงบในส่วนนี้ต่อ จึงควรทบทวนความจำเป็น ในการใช้ถนนอย่างมีระเบียบ

1.4 ค่าธรรมเนียม–ภาษี และการบริหาร “เขตมลพิษต่ำ” (Low Emission Zone)
ประชาชนจำนวนมากยังคงต้องเผชิญกับมลพิษในจุดที่มีความหนาแน่นของรถยนต์สูง โดยเฉพาะบริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้า หนึ่งในแนวทางแก้ไขคือ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน และการใช้รถฟีดเดอร์เพื่อลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคล

“นอกจากนี้ การจัดการเขตมลพิษต่ำ ควรกำหนดประเภทของรถที่สามารถเข้าได้อย่างชัดเจน เช่น รถที่ไม่ผ่านมาตรฐาน EURO 4 และ EURO 6 ควรถูกจำกัดการเข้าพื้นที่เหล่านี้ เพื่อลดฝุ่นพิษที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน เพราะ ‘ปอดของคนกรุงเทพฯ พูดไม่ได้’ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกำลังส่งเสียงปอดของคนกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์ กล่าวต่อในประเด็นที่ 2. การจราจรชั้นนอก ในเรื่องเรือโดยสารแบบไฟฟ้า
กรุงเทพมหานครมีคลองจำนวนมาก แต่ยังไม่เห็นคำแถลงการณ์เกี่ยวกับงบประมาณในส่วนนี้

ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชายขอบของกรุงเทพมหานคร พื้นที่เกษตรก่อนหน้านี้มีอยู่ประมาณ 10,000 ไร่ แต่ในหน้าแล้งกลับไม่มีการกักเก็บน้ำ จึงอยากฝากท่านผู้ว่าฯ พิจารณาในประเด็นนี้ด้วย

นายสุรจิตต์ ด้านต่อมา ความหวังเพื่อการเปลี่ยนแปลง

1.พัฒนาบุคลากร

1.1ติดอาวุธให้บุคลากรด้วยการอบรมอย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อปี ทุกคน เพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาเด็กได้อย่างเหมาะสมโดย กทม. เป็นเจ้าภาพในการจัด

1.2 จัดทำหลักสูตรและแผนประสบการณ์ให้เหมาะสมตามช่วงวัยของเด็กและมีคณะติดตามประเมินผล ให้มาตรฐานองค์ความรู้ของครูเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

1.3 จัดทำห้องเสริมประสบการณ์สำหรับเด็ก (Playroom) ศูนย์ละ 1 ห้อง จัดหาของเล่นเข้าห้อง เช่น บ้านบอล อื่นๆ หากมีพื้นที่ก็สนับสนุนเครื่องเล่นสนาม เช่น เครื่องปีนป้าย เป็นต้น ทั้งนี้ กทม. เป็นผู้สนับสนุน

1.4 ต่ออายุการทำงานของผู้ดูแลเด็กที่มีอายุ เกิน 65 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 70 ปี ทั้งนี้พิจารณาตามความเหมาะสมและประสบการณ์

2.ด้านกายภาพโดยงบสนับสนุนจาก กทม.

2.1สำรวจซ่อมแชมอาคารเรียนที่ชำรุดให้แข็งแรงแรง

2.2อาคารเรียบที่แข็งแรงสวยงามเหมาะกับการดูแลพัฒนาเด็ก ทาสึให้สดใสน่ามองน่าดู ถึงดูดความสนใจของเด็ก

3.จัดให้มีการดูแลเด็กหลังเลิกเรียน

3.1เพื่อลดค่าใช้จ่ายในขฯที่ผู้ปกครองยังไม่เบิกงาน แต่ครูต้องอยู่เป็นเพื่อนเด็กเพื่อดูแลขนก่า ผู้ปกครองจะมารับ ซึ่งไม่ได้รับ OT

“ฝากผู้ว่าฯ พิจารณา เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในปัจจุบัน” นายสุรจิตต์ กล่าว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องการจราจรถือเป็นเรื่องสำคัญ และหลาย ๆ โครงการที่เราดำเนินการอยู่ขณะนี้ ก็กำลังค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้น สำหรับระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Adaptive Control) เราจำเป็นต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และพยายามสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เห็นว่าระบบที่เรานำมาใช้นั้นเกิดประโยชน์จริง

“แม้กรุงเทพฯ จะมีจุดสัญญาณไฟจราจรถึง 490 แยก แต่แยกที่มีความจำเป็นต้องติดตั้งระบบดังกล่าวอาจไม่จำเป็นต้องครบทั้งหมด 100% เนื่องจากบางแยกอยู่ห่างกันมาก สิ่งสำคัญคือ ต้องเริ่มจากการติดตั้งให้ครบ 100 จุดแรกให้เรียบร้อยก่อน” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ  เผยต่อว่า เรื่องระบบคมนาคม รถเมล์ต้องมีการปรับปรุงให้สามารถให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ก่อน ก่อนที่จะใช้ Condition Chart เราต้องพิจารณาเรื่องความครอบคลุมให้รอบด้าน

นโยบายของรัฐบาลเรื่องค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้การใช้ Condition Chart และการขยายบริการสาธารณะเป็นจริงมากขึ้น

“สำหรับนโยบาย Low Emission Zone (กรุงเทพมหานครได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการห้ามรถยนต์ที่ก่อมลพิษเข้าสู่เขตชั้นในของกรุงเทพฯ ซึ่งผลการดำเนินงานในระยะแรกถือว่าค่อนข้างดี” นายชัชชาติ เผยทิ้งท้าย