รพ.ธรรมศาสตร์ฯ–สปสช. ลงนามร่วมมือใช้ ‘อุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือด’ ผลิตในประเทศไทย

1.08.25 | 17:24 น.

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ–สปสช. ลงนามร่วมมือใช้ ‘อุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือด’ ผลิตในประเทศไทย

วันนี้ (1 สิงหาคม 2568) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง โครงการรักษาภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน ด้วยชุดอุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือดสำหรับหลอดเลือดในสมอง (Thrombectomy Device) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ลงนาม นอกจากนี้ ยังมี ศ.นพ.สมบัติ มุ่งทวีพงษา รองคณบดีฝ่ายบริการสุขภาพและวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมลงนาม เป็นพยาน

รศ.นพ.ดิลก กล่าวว่า อุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือดสำหรับหลอดเลือดในสมอง เป็นหนึ่งในเครื่องมือแพทย์ที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งเดิมทีอุปกรณ์นี้โรงพยาบาลจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ มีราคาสูงถึง 1 – 2 แสนบาท โดยในส่วนผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ทางโรงพยาบาลก็จะเบิกค่าชดเชยจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายที่กำหนด

Advertisement

อย่างไรก็ดี จากความร่วมมือโครงการรักษาภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลันด้วยชุดอุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือดสำหรับหลอดเลือดในสมองฯ นี้ จะสนับสนุนให้มีการใช้อุปกรณ์ลากลิ่มเลือดในหลอดเลือดสมองที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ร่วมพัฒนาด้วย ทำให้ราคาลดลงกว่าครึ่งโดยอยู่ที่ 40,000 บาท ทั้งนี้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เป็นโรงพยาบาลแรกๆ ที่ได้ทดลองใช้อุปกรณ์ลากลิ่มเลือดในหลอดเลือดสมองที่พัฒนาขึ้นในประเทศ ในการรักษาผู้ป่วย และจากการเก็บข้อมูลทางคลินิก ยืนยันว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ และได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และบัญชีนวัตกรรมไทยเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ยังเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่เบิกจ่ายชดเชยค่าอุปกรณ์นี้จาก สปสช.

“ผ่านมามีผู้ป่วยด้วยภาวะนี้ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ประมาณ 100-200 คนต่อปี วันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน สิทธิบัตรทอง ให้เข้าถึงการรักษาได้เพิ่มมากขึ้น จากการประหยัดงบประมาณ และยังเป็นการสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศ ที่ ซึ่งที่นี่จะยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมให้กับแพทย์ในการใช้งานอุปกรณ์นี้ ซึ่งจะทำให้มีการขยายใช้รักษาผู้ป่วยในวงกว้างต่อไป” รศ.นพ.ดิลก กล่าว

ด้าน นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2567 มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสูงถึง 161,155 ราย และส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อลดความพิการและเสียชีวิตจากภาวะเฉียบพลันนี้ นอกจากการเข้าถึงการรักษาซึ่งต้องแข่งขันกับเวลาโดยเร็วที่สุดแล้ว การที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงอย่างชุดอุปกรณ์ลากลิ่มเลือดนี้ ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤตอันรุนแรงได้

“สำหรับความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้ สปสช. มีนโยบายพร้อมที่จะส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบบริการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิบัตรทองได้รับการรักษาอย่างครอบคลุม และร่วมพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข นอกจากนี้ สปสช. ยังจะสนับสนุนข้อมูลบริการเพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลโครงการ ให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการและศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงประหยัดงบประมาณที่ช่วยสร้างความมั่นคงในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป” นพ.จเด็จ กล่าว