เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญสมัยที่สาม (ครั้งที่ 5) ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งประธานสภา กทม.คนใหม่
โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจ ได้แก่ การอภิปรายญัตติพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่มี ส.ก.ร่วมแสดงความคิดเห็น
ในตอนหนึ่ง นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ส.ก. เขตประเวศ กล่าวงบระมาณสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครว่า ปัจจุบันประชาชนให้ความสำคัญกับสุขภาพ การออกกำลังกาย และกิจกรรมนันทนาการมากขึ้นในปัจจุบัน โดยกรุงเทพมหานครมีศูนย์กีฬาในความดูแลทั้งสิ้น 14 แห่ง และ ศูนย์นันทนาการอีก 34 แห่ง

ในงบประมาณปี 2569 กรุงเทพมหานครมีแผนก่อสร้าง ศูนย์กีฬาตลาดพลู เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม อีก 14 ศูนย์กีฬาเดิม ยังประสบปัญหาสภาพทรุดโทรม ตัวอย่างเช่น ศูนย์กีฬามิตรไมตรี สนามกีฬาชำรุด, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ระบบการจัดการไม่มีประสิทธิภาพ อาคารทรุด ฝนตกน้ำท่วมลู่วิ่ง, ศูนย์กีฬาอ่อนนุช กระเบื้องสระว่ายน้ำแตก

ศูนย์กีฬาเสนานิเวศน์ สระว่ายน้ำชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พื้นสนามชำรุด, ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน สนามกีฬาเสื่อมสภาพ, ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา สนามกีฬาระดับโลก แต่มีสภาพทรุดโทรม และศูนย์นันทนาการบางแห่ง น้ำรั่วจากปลั๊กไฟ ดาดฟ้าอาคารชำรุด เป็นต้น ซึ่งการปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปยิ่งทำให้ต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมครั้งใหญ่

“สิ่งที่ตนต้องการสะท้อนคือ ในงบประมาณปี 2569 การจัดสรรงบเพื่อพัฒนาศูนย์กีฬา 14 แห่งยังน้อยมาก ซึ่งไม่เพียงพอ และไม่ตอบโจทย์ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการ” นายธนวัฒน์ กล่าว
นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า บางปัญหาอาจเสียแค่จุดเดียว ถ้าได้รับการดูแลก็สามารถซ่อมแซมได้ทันที แต่เพราะศูนย์กีฬาเหล่านี้ ไม่ได้รับการเอาใจใส่อย่างที่ควรจะเป็น จึงนำไปสู่ปัญหาทับซ้อน

“ผมอยากเห็นฝ่ายบริหารเห็นความสำคัญของสิ่งที่เรามีอยู่ หากปล่อยให้ทรุดโทรมยิ่งไป ก็ยิ่งซ่อมแพง เสนอให้ปรับแนวทางจากงบซ่อมแซมรายกรณี มาเป็น งบจ้างเหมาซ่อมบำรุง” เพื่อให้สามารถดูแลได้ทันท่วงที ไม่ใช่ปล่อยเสียเล็กน้อยแล้วลามจนต้องใช้งบมาก และแม้งบประมาณจะมีจำกัด แต่การใช้ควรคุ้มค่า ตอบสนองประชาชน และสนับสนุนนโยบาย ‘9 ด้าน 9 ดี’ ของท่านผู้ว่าฯ
โดยงบประมาณของสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวในปีนี้ ได้รับมากกว่า 1,700 ล้านบาท แต่ได้รับงบปรับปรุงเพียง 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่า น้อยและไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่”นายธนวัฒน์ กล่าว

ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม. มีความตั้งใจในการปรับปรุงศูนย์กีฬาหลายแห่ง แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับงบประมาณมากนัก นับตั้งแต่เข้ามาบริหาร เราพยายามผลักดันเรื่องนี้ โดยได้เตรียมงบประมาณไว้กว่า 60 รายการ ซึ่งติดปัญหาเรื่องการจัดทำรายละเอียดงบลงทุนที่ต้องใช้เอกสารและการประเมินราคาที่ชัดเจน
ในปีนี้ กรุงเทพมหานครได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 14 รายการ ซึ่งแม้ไม่ใช่งบก้อนใหญ่ แต่เป็นการปรับปรุงจุดสำคัญ จำนวน 8 แห่ง รวมถึงการก่อสร้างใหม่ที่ เคหะร่มเกล้า และ ตลาดพลู

“อีก 11 แห่ง อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร เช่น ศูนย์นันทนาการคลองเตย, ดอนเมือง, บางน้ำ, ลานกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่บางกอกใหญ่, ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด, เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา, อ่อนนุช, บางขุนเทียน, วังทองหลาง, เสนานิเวศน์ และบางกอกอารีนา
อย่างไรก็ตาม ผมขอรับข้อสังเกตนี้ไว้ และจะเร่งให้ สำนักวัฒนธรรมฯ รวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อทำงานร่วมกับ สำนักงบประมาณ ในการของบ ไม่ว่าจะเป็นช่วงปีงบประมาณนี้ หรือในปี 2570 ต่อไป”นายศานนท์ เผยทิ้งท้าย


