สพท.จ่อชงรัฐสมทบค่าจ้าง25% ช่วยลูกจ้างถูกพักงาน พร้อมตั้งศูนย์ข่าวกรองแรงงานข้ามชาติ
วันนี้ (4 สิงหาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย (สพท.) และพรรคแรงงานสร้างชาติ ได้ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ด้านแรงงานในไทย ระบุว่าท่ามกลางความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในการเตรียมเปิดทางนำเข้าแรงงานข้ามชาติจาก ศรีลังกา และบังกลาเทศ กว่า 70,000 คน เพื่อบรรเทาวิกฤตแรงงานหลังเหตุความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา เสียงจากภาคแรงงานและภาคประชาชนเริ่มแสดงความกังวลว่า แรงงานไทยอาจถูกกันออกจากเวทีเศรษฐกิจของตนเอง
จากข้อมูลล่าสุด โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีแรงงานไทยกว่า 360,000 คน ที่ยังตกงาน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยแรงงานตอนต้น (อายุ 20-24 ปี) ที่มีอัตราการว่างงานสูงถึง ร้อยละ 4.8 หมายความว่า ในทุกคนหนุ่มสาว 20 คน จะมีอย่างน้อย 1 คน ที่ไม่มีงานทำ
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจไทย กลับปิดกิจการไปแล้วมากกว่า 24,000 แห่ง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยการเร่งนำเข้าแรงงานต่างชาติในภาวะเช่นนี้ อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว แต่กลับเสี่ยงสร้างปัญหาใหม่ให้โครงสร้างแรงงานไทย ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงและสังคม
ยิ่งไปกว่านั้น รายงานจากกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ประจำปี 2025 ระบุว่า ประเทศบังกลาเทศยังคงอยู่ในกลุ่ม Tier 2 Watchlist ในเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่แรงงานจากประเทศต้นทาง อาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หรือเข้ามาโดยเครือข่ายนายหน้าเถื่อน
ทั้งนี้ นายมนัส โกศล ประธาน สพท. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงข้อเสนอการแก้ไขปัญหาการจ้างงานในไทย ว่า ปัจจุบัน ในสมาชิก สพท. มีลูกจ้างที่ถูกพักงานตามมาตรา 75 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จำนวนมาก กล่าวคือ ลูกจ้างที่ถูกนายจ้างสั่งพักงานเป็นการชั่วคราวเนื่องจากนายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว โดยนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 75 ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้าง ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้มีอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแรงงานในอุตสากรรมชิ้นส่วนยานยนต์ หรือกลุ่มแรงงานในอุตสหากรรมอิเล็กทรอนิกส์ในสมาชิกของ สพท. ซึ่งทำให้ลูกจ้างไม่สามารถดำรงชีพได้อย่างเพียงพอ
“จากการหารือภายในหน่วยงาน สพท. และพรรคแรงงานสร้างชาติ จึงเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายอย่างชัดเจนในเรื่องของการจ้างงาน โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลจ่ายรายได้ให้แรงงานที่ถูกพักงานตามมาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ให้ครบ 100% โดยให้ภาครัฐสมทบเพิ่มอีกร้อยละ 25 จากส่วนที่นายจ้างรับผิดชอบร้อยละ 75 เพื่อคุ้มครองแรงงานไทยที่ถูกพักงาน และใช้ช่วงเวลานี้ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านทักษะให้แก่แรงงาน คาดว่าจะยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อทางกระทรวงแรงงานภายในสัปดาห์นี้” นายมนัส กล่าว
นายมนัส กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่ลูกจ้างที่ถูกพักงาน ให้นายจ้างหรือสถานประกอบการจัดอบรมฝึกทักษะฝีมือแรงงาน เช่น การเปิดหลักสูตร Reskill/Upskill ร่วมกับภาคเอกชน มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอนาคต โดยใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ที่มีอยู่ราวกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งมองว่าสามารถนำงบประมาณตรงนี้มาสมทบค่าจ้างอีกร้อยละ 25 ให้กับลูกจ้างได้ และต้องแก้ไขระเบียบการใช้งบประมาณกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน นำเข้ามาฝึกอาชีพลูกจ้างที่ถูกพักงานตามมาตรา 75 โดยไม่เพิ่มภาระต่องบประมาณกลาง
“นายจ้างที่ให้ลูกจ้างพักงานชั่วคราวนี้ จะต้องจัดหาสถานที่ในการฝึกอาชีพตามโครงการและงบประมาณของ กพร. ให้ลูกจ้างมีทักษะการทำงานใหม่ เพื่อประกอบอาชีพใหม่ตามการฝึกมา เช่น การจัดสถานที่ในสถานประกอบการ โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ หรือเครื่องมือต่างๆ จาก กพร.เข้ามาเสริม เหมือนกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานที่อยู่ในศูนย์ต่างๆ” นายมนัส กล่าว
นอกจากนี้ นายมนัส ยังกล่าวถึงข้อเสนอเพื่อป้องกันปัญหาด้านแรงงานเชิงโครงสร้างระยะยาว ว่า ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ข่าวกรองแรงงานข้ามชาติ (Foreign Labour Intelligence Unit)” เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ความเสี่ยงจากประเทศต้นทางของแรงงาน ตรวจสอบการแฝงตัวของขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงและองค์กรระหว่างประเทศ การพัฒนาแรงงานไทยไม่ใช่เพียงการหางานให้ทำ แต่คือ การลงทุนในทุนมนุษย์ของประเทศ และไม่มีการลงทุนใดจะให้ผลตอบแทนระยะยาวได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

