สปส. เร่งช่วยครอบครัวเหยื่อเหตุคนงานตกจากที่สูงกลางวิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง – จ่ายเยียวยากว่า 9 แสนบาท
วันนี้ (6 สิงหาคม 2568) จากเหตุการณ์คนงานตกจากที่สูง ภายในไซต์งานก่อสร้างอาคาร ในวิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย โดยนางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพัทลุงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้การช่วยเหลือทายาทผู้เสียชีวิตและลูกจ้างที่ประสบเหตุโดยด่วน
นางมารศรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัด สิงหา 20 ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งช่างทาสี เหตุเกิดขณะที่ลูกจ้างขึ้นรถเครนเพื่อทาสีอาคาร โดยผู้เสียชีวิตคือ นายธวัชชัย รัตน์พงค์ อายุ 36 ปี ทายาทลูกจ้างที่เสียชีวิตเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน ได้แก่ ค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตเป็นเงินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 10 ปี และเงินบำเหน็จชราภาพพร้อมดอกผล รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 9 แสนบาท
นายมารศรี กล่าวว่า ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายชุติเดช อายุ 43 ปี แขนและขาหักทั้ง 2 ข้าง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพัทลุง และส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว สำหรับการช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ผู้บาดเจ็บจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น 65,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท
หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจนสิ้นสุดการรักษาจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษากรณีแพทย์รับรองให้หยุดพักรักษาตัว ค่าทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนไม่เกิน 1 ปี
“หากมีการสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานจะได้รับค่าทดแทน กรณีสูญเสียอวัยวะร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนตามอัตราการสูญเสีย หากทุพพลภาพจะได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนตลอดชีวิต” เลขาธิการ สปส. กล่าว
นอกจากนั้นแล้ว เลขาธิการ สปส. ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพัทลุง ประสานนายจ้างรวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาทเจ็บ ให้ทราบสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับอย่างถูกต้อง และยังได้เน้นย้ำให้นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนอย่างถูกต้อง เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคม รวมถึงกองทุนเงินทดแทนอย่างครบถ้วน เพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีวิตของลูกจ้างต่อไป

