เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส. ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ สวัสดิภาพ และความปลอดภัยของพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในช่วงการปะทะด้วยกำลังระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จึงมอบหมายให้ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 9 และ 10 ลงพื้นที่เสริมกำลังใจ และให้การสนับสนุนสิ่งของแก่ อสม. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเบื้องต้นได้ลงไป ที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้มี อสม. ปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์พักพิง 414 แห่ง ที่หอประชุมโรงเรียน วัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นต้น รวม 11,360 ราย พบ อสม. ที่ได้รับผลกระทบ รวม 10,182 ราย ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากทรัพย์สิน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ผลกระทบด้านจิตใจ และการขาดรายได้
ดร.นพ.ภานุวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 9 และ 10 ได้ร่วมลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้การสนับสนุนด้านการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องมือแพทย์ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาคารและสภาพแวดล้อมภายในศูนย์พักพิง ตลอดจนให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพแก่ อสม. และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ อสม. และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะยังคงให้การดูแลและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ อสม. อย่างต่อเนื่อง จนกว่าพี่น้องประชาชนและ อสม. จะสามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้ตามปกติ
ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีสบส. กล่าวว่า สบส. ขอแสดงความขอบคุณ อสม. จากใจแทนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ในการเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ดูแลสุขภาพของผู้อพยพในช่วงเวลาที่ยากลำบาก สบส. ขอยืนยันกับทุกท่านว่าจะคอยยืนหยัดเคียงข้าง ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน และสวัสดิการให้แก่พี่น้องทุกท่าน ให้สมกับเป็นผู้ปิดทองหลังพระที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในทุกช่วงเวลา ทั้งในช่วงของการระบาดของโรคโควิด-19 หรือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ


