กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพหนุนมาตรการตรวจ ‘เวชระเบียนผู้ป่วยใน’ แนะขยายเป็น 100%
วันนี้ (7 กรกฎาคม 2568) นายนิมิตร์ เทียนอุดม เครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ แถลงแสดงจุดยืนต่อกรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมาตราการตรวจสอบความถูกต้องของเวชระเบียนและยอดการเบิกจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยใน (IP) ของโรงพยาบาลในระบบทุกแห่งในปีงบประมาณ 2569 และเรียกคืนเงินจากหน่วยบริการที่เบิกเกิน โดยนำเงินคืนเข้าสู่กองทุนรวมผู้ป่วยในระดับเขต (Global IP เขต) เพื่อใช้สำหรับจัดสรรให้กับทุกหน่วยบริการต่อไปว่า กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพสนับสนุนมาตรการตรวจสอบเวชระเบียน เพราะเป็นเรื่องที่เหมาะสมและจำเป็นกับระบบหลักประกันสุขภาพของรัฐที่มีงบประมาณจำกัด เพราะถือเป็นการช่วยรักษาสมดุลระหว่างงบประมาณกับการให้บริการของโรงพยาบาล และยังช่วยให้การวางแผนในการจัดสรรงบประมาณในภาพรวมมีความแม่นยำ เหมาะสม และสร้างความเป็นธรรมในระบบหลักประกันสุขภาพมากขึ้น
“นอกจากนี้ การสุ่มตรวจสอบเวชระเบียนร้อยละ 3 ที่ผ่านมา สปสช.ดำเนินการเป็นปกติ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีทั้งต่อโรงพยาบาลและระบบ แม้ที่ผ่านมา ยังไม่มีการนำไปขยายผลกับส่วนที่เหลือทั้งหมด แต่เพื่อความยั่งยืนของระบบ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพจึงขอสนับสนุนให้ในปีงบประมาณ 2568 ใช้ผลการสุ่มตรวจสอบเวชระเบียนร้อยละ 3 ควรขยายเป็นร้อยละ 100 ต่อไป ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งงบประมาณที่เรียกคืนจากโรงพยาบาลที่เบิกเกินจะต้องนำไปกระจายคืนให้กับโรงพยาบาลที่เบิกไม่เพียงพอ” นายนิมิตร์ กล่าว
ด้าน น.ส.แสงศิริ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะสร้างความไม่พอใจแก่หน่วยบริการที่ถูกเรียกคืนเงิน เนื่องจากเบิกเกินและมีเสียงเรียกร้องให้ของบกลางมาเติม แต่การของบกลางมาเติมไปเรื่อยๆ โดยไม่ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้เสียก่อน จะส่งผลกระทบต่อการจัดการงบปลายปิดที่เป็นค่าเหมาจ่ายรายหัวและความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งนี้ หากไม่นำผลตรวจสอบมาใช้ จะต้องของบกลางเพิ่มมากถึง 5,609 ล้านบาท แต่หากใช้ผลตรวจสอบมาขยายผลร้อยละ 100 จะของบกลางเติมเพียง 2,061 ล้านบาท
น.ส.แสงศิริ กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้ ยังเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับหน่วยบริการในเขต ถ้ามีโรงพยาบาลไหนเบิกเกินเป็นเงินจำนวนมาก ก็จะเป็นการเอาเปรียบเพื่อนโรงพยาบาลอื่นในเขตพื้นที่เดียวกัน และจากข้อมูลพบว่า มีโรงพยาบาลที่จะถูกปรับลด จำนวน 955 แห่ง และมีโรงพยาบาลที่ได้รับเงินเพิ่มมากขึ้น 170 แห่ง
“การเบิกเงินเกินของหน่วยบริการ มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากความผิดพลาด หรือตั้งใจเบิกเกิน โดยกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพยึดมั่นในการปกป้องเงินจากภาษีของประชาชนทุกคน สร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ จึงขอให้ สปสช.จัดหาคนกลางมาทำการศึกษาว่า การตรวจสอบ (audit) มีผลอย่างไร จะกำกับการเบิกจ่ายที่เป็นธรรมได้อย่างไร จะทำให้เกิดประสิทธิภาพอย่างไร และขอให้ สปสช.ประกาศให้ชัดเจนว่า ในปีงบประมาณ 2569 การสุ่มตรวจสอบเวชระเบียนร้อยละ 3 จะนำมาขยายผลเป็นร้อยละ 100 เพื่อให้เป็นที่รับทราบทั่วกัน” น.ส.แสงศิริ กล่าว

