อุทยาน แจ้งข้อหาเอกชนรุกป่าแก่งกระจาน ตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิชอบหรือไม่

9.08.25 | 12:00 น.

อุทยานแจ้งข้อหาเอกชนรุกป่าแก่งกระจาน ตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิชอบหรือไม่

วันที่ 9 สิงหาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า  ได้สั่งการให้นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และทีมช่างรังวัด ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่​ 8-9 กรกฎาคม​ 2568 คณะเจ้าหน้าที่​ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, เจ้าหน้าที่ศูนย์การทหารราบ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่​ และพบการบุกรุกพื้นที่เป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการบุกรุกและครอบครองพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและพื้นที่ราชพัสดุ (ปข.605)

Advertisement

ดังนี้​ แปลงตรวจยึดในเขตอุทยาน แปลงอ้าง นส.3ก 25 แปลง มีเนื้อที่รวมประมาณ 1,143–0-59 ไร่ และยังมีแปลง ม.64 เนื้อที่ 167–2–30 ไร่ และพื้นที่บุกรุกที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เนื้อที่รวมประมาณ 81–1–2 ไร่​ และแปลงตรวจยึดในพื้นที่ราชพัสดุ ปข.605 แปลง นส.3ก 39 แปลง เนื้อที่​ ประมาณ 2,016–2–05 ไร่ ส่วนพื้นที่ไม่ได้ซ้อนทับเอกสารสิทธิเนื้อที่ 712–1–11 ไร่ รวมเป็น 2,728–3–16 ไร่​ รวมทั้ง 2 ส่วน (อุทยานฯ+ปข.605) เนื้อที่ประมาณ 3,952–0–77 ไร่

นายอรรถพล กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อกรรมการบริษัท เอกชน และบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 15 ราย ในฐานความผิดร่วมกันกระทำความผิดบุกรุกพื้นที่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 , พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 , พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 , พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 , และประมวลกฎหมายที่ดิน โดยได้แจ้งความกล่าวโทษที่ สภ.หนองพลับ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

ล่าสุด​ได้สั่งการให้รองอธิบดีฯ​ พร้อมทีมปราบปราม​ เข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างละเอียด โดยให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินและกระบวนการออกเอกสารสิทธิว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบย้อนหลังว่าการบุกรุกดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อใด เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด และหากพบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและถึงที่สุดต่อไป