นพ.สุภัทร เตรียมขอความเป็นธรรมรมว.สธ. ยันถ้าผลตัดสินอ.ก.พ.สธ. ยืนตามคำสั่งของกก.สอบวินัยร้ายแรงที่ให้ออกจากราชการ ก็จะอุทธรณ์ต่อก.พ.สธ. ย้ำขอให้ดูเจตนาช่วยคนกรุง ราคาที่ซื้อ ATK ไม่แพง เท่ากับที่รพ.พระนั่งเกล้า และรพ.สนาม บุษราคัม จัดซื้อ และที่ซื้อหลายรอบ เพราะโควิดวิกฤต กะจำนวนที่ต้องใช้ไม่ถูก เมื่อใช้หมดก็สั่งซื้ออีก
จากกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า กำลังจะถูกให้ออกจากราชการ กรณีผลสอบวินัยร้ายแรง เรื่องการจัดซื้อชุดตรวจ ATK สมัยโควิดระบาด ขัดกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องดังกล่าว มีทั้งฝ่ายไม่เห็นด้วยกับผลสอบ และฝ่ายที่ขอดูรายละเอียดของผลสอบดังกล่าว แต่ล่าสุด นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ออกมาปกป้อง และเตรียมใช้ช่องทางสภาฯ ถาม รมว.สาธารณสุข ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท เปิดเผยว่าตนยังไม่เห็นหนังสือผลสอบวินัยร้ายแรง จริงๆกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ไม่ต้องส่งให้กับผู้ถูกสอบ แต่ที่ทราบเนื่องจากวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมามีการประชุมของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่มี นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เป็นประธาน ร่วมกับกรรมการอื่นๆ รวม 6 คน ทราบว่า มีคำสั่งเตรียมให้ตนออกจากราชการ และกำลังเสนอรวบรวมเสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) เพื่อพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วยมีคำสั่งให้ออกจากราชการ ซึ่งตนจะร้องขอความเป็นธรรม และอุทธรณ์ตามระบบราชการต่อไปให้คณะกรรมการ ก.พ.สธ.แต่ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือให้ออก
ตนรู้สึกผิดหวังกับระบบมาก เนื่องจากทำงานราชการเพื่อประชาชน ช่วยผู้ป่วยมาตลอด ยิ่งกรณีที่ถูกสอบสวนวินัยร้ายแรง คือ เรื่องชุดตรวจ ATK ที่ชมรมแพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ วัตถุประสงค์ช่วยตรวจและคัดกรองประชาชนกว่า 1.9 แสนคน ตรวจเจอเชื้อและรักษากว่า 2.2 หมื่นคน คิดเป็น 11.64% ของการติดเชื้อ
“ผมได้ชี้แจง แจ้งเหตุผลกับกรรมการแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นการแจ้งลายลักษณ์อักษร แต่กรรมการไม่เคยเรียกสอบเพิ่มเติมเลย ทั้งที่วินัยร้ายแรงกรณีอื่น รายอื่นจะเรียกเจ้าตัวสอบเพิ่ม ปกติสอบวินัยไม่ร้ายแรง ผมยังเจอกรรมการ แต่นี่ถึงขั้นสอบวินัยร้ายแรงก็ควรได้สอบถามเจ้าตัวด้วย” นพ.สุภัทรกล่าว
นพ.สุภัทร เปิดเผยว่าตามขั้นตอน หลังกรรมการสอบสวนทางวินัยมีมติลงโทษให้ออกจากราชการ กรรมการฯ จะต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) เพื่อพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วยก็มีคำสั่งให้ออกจากราชการ ตนสามารถร้องขอความเป็นธรรม และอุทธรณ์ตามระบบราชการต่อไป
“รู้สึกผิดหวังกับระบบมาก เนื่องจากทำงานราชการเพื่อประชาชน ช่วยผู้ป่วยมาตลอด ยิ่งกรณีที่ถูกสอบสวนวินัยร้ายแรง คือ เรื่องชุดตรวจ ATK ที่ชมรมแพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ จะร้องขอความเป็นธรรมกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลสอบหลังการประชุมของ อ.ก.พ.สธ. และถ้าผลออกมาว่าให้ออกจากราชการตามที่คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงพิจารณา ก็ต้องทำตามกระบวนการของการอุทธรณ์ จึงต้องขอความเห็นใจรัฐมนตรีฯ ก่อน” นพ.สุภัทร กล่าว
นพ.สุภัทร เปิดเผยถึงที่มาของการสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้ ว่า การตรวจสอบวินัยร้ายแรง สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยตนเป็นผู้อำนวยการ รพ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท มีการแสดงความคิดเห็นการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในมุมต่างๆ ซึ่งเป็นการเสนอข้อคิดเห็นเพื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะสมัยที่ผู้บริหารคนหนึ่งเคยเป็นอธิบดีกรม กรมหนึ่ง ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้พูดถึงการทำงานของกรมเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนที่ไม่เพียงพอ จนชมรมฯ ต้องรวมกันออกปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ตั้งแต่ช่วงโควิดเมื่อปี 2564 กระทั่งตนถูกคำสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย
การที่ถูกย้ายมาอยู่รพ.สะบ้าย้อย มองว่า มาจากการวิพากษ์วิจารณ์กระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงอาจเกี่ยวกับการแสดงความเห็นเรื่องอุตสาหกรรมพื้นที่ภาคใต้ด้วยก็เป็นได้ ซึ่งตนยังไม่ทันย้ายไปสะบ้าย้อย ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งทีมตรวจสอบภายในเข้ามาที่รพ.จะนะ ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลความผิดปกติที่ตรวจพบใน รพ.จะนะ และตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ร้ายแรงตามมา สุดท้ายแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงขึ้น จากกรณีนำหมอชนบทเข้ากรุงเทพฯ เพื่อช่วยตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด แต่ขณะนั้นกระทรวงฯ ยังไม่มีชุดตรวจ ATK รองรับ ทำให้ต้องจัดซื้อชุดตรวจ ATK เอง
นพ.สุภัทรเปิดเผยว่าปรากฏว่า กรรมการสอบวินัยฯ มองว่า มีการแบ่งซื้อ ซึ่งระเบียบราชการมองว่า การจัดซื้อไม่ควรแบ่งซื้อแบ่งจ้าง แต่ขณะนั้นช่วงวิกฤต ไม่มีทางรู้ว่าชุดตรวจแค่ไหนจะเพียงพอ กลายเป็นว่าไม่ได้พิจารณาถึงเจตนาที่ทำเลยหรือไม่
ก่อนจะมาถึงชุดตรวจ ATK ตนก็ถูกสอบเรื่องการนำรถพยาบาลและบุคลากรในรพ.จะนะ ไปใช้งานเพื่อสนับสนุนชมรมแพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ถึง 3 ครั้ง แต่เรื่องนี้ตนชี้แจงมีระเบียบถูกต้อง ทั้งการใช้รถ การเบิกค่าน้ำมัน ว่าไปปฏิบัติการทางราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิดระบาด ซึ่งหลายโรงพยาบาลมีการดำเนินการ แต่เรื่องนี้ตรวจสอบแล้วไม่ผิดระเบียบใดๆ ดังนั้น จึงมาที่ชุดตรวจ ATK ซึ่งขณะนั้นหายากมาก ขนาดกระทรวงสาธารณสุข ช่วงนั้นยังจัดหาให้ไม่ได้ และยังต้องใช้การตรวจแบบ RT-PCR ซึ่งตนต้องซื้อเอง
ขณะนั้นการหาชุดตรวจ ATK ยากมาก เราต้องจัดซื้อเอง ช่วงนั้นมีบริษัทที่ผ่านมาตรฐาน WHO อยู่ 2 บริษัท เทียบราคาหาที่ราคาต่ำสุด ได้ที่ราคาชิ้นละ 230 บาท จากราคาท้องตลาด 350-400 บาท แต่อำนาจผู้อำนวยการ รพ.ชุมชน จัดซื้อได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ดังนั้น ผอ.รพ.ชุมชนที่เข้าร่วมในการช่วยกรุง ก็ช่วยกันจัดซื้อไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งจริงๆเราไม่รู้ว่ายอดใช้ต้องใช้เท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้จำกัดว่าจะคัดกรองกี่คน แค่ว่า ทุกคนมาที่จุดตรวจต้องได้ตรวจ
โดยรอบแรกเดือน 14-16 กรกฎาคม 2564 รพ.จะนะ ก็ซื้อในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ช่วงนั้นก็ใช้จนหมด แต่เมื่อบุกกรุงครั้งที่ 2 วันที่ 21-23 กรกฎาคม 2564 จัดซื้ออีกภายในวงเงิน พอมาถึงครั้งที่ 3 ทางปลัดสธ.ขณะนั้น คือ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ทำหนังสือเชิญ จึงมีรพ.เข้าร่วม 40-50 รพ. ซึ่งเข้าใจว่าการจัดซื้อ ATK จะพอ แต่ไม่พอ ทำให้ต้องจัดซื้ออีก แต่ก็หมด ยืนยันทยอยจัดซื้อ เพราะคุมปริมาณผู้ตรวจโควิดไม่ได้
นพ.สุภัทรเปิดเผยว่าเมื่อหมดก็ต้องสั่งซื้ออีกครั้ง ทำให้เกิดการตีความว่า แบ่งซื้อ แบ่งจ้าง แต่ยืนยันว่า ตนจัดซื้อตามความจำเป็น ไม่คิดว่าของจะหมด เราไม่รู้ว่าปริมาณการใช้ที่ต้องใช้จริงๆเท่าไหร่ แต่เมื่อของหมดสต๊อก จำเป็นต้องใช้ก็ต้องสั่งใหม่ ซึ่งรพ.50 โรงจะมี 6-7 แห่งทำหน้าที่เป็นแบ๊กออฟฟิศ ทำระบบการจัดการเพื่อให้งานเดินได้ ส่วนรพ.อื่นๆ จะอาสาสมัคร ซึ่งเราก็ทั้งบริหารจัดการ และอาสาสมัคร กลายเป็นมีรพ.จะนะ ที่ตนบริหารแห่งเดียวที่โดนเรื่องนี้
ที่สำคัญตนได้ทำหนังสือถึงกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ว่า มั่นใจราคา ATK ไม่แพงในช่วงนั้น และวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไม่แตกต่างกับกรมควบคุมโรค รพ.พระนั่งเกล้า และรพ.สนาม บุษราคัม ณ ขณะนั้น และตนขอหลักฐานประกอบการชี้แจงว่า ของผมกับอีก 3 แห่งแตกต่างอย่างไร แต่ตนก็ไม่ได้รับเอกสาร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– หมอสุภัทร เผย กำลังถูกให้ออกจากราชการ เล่าสาเหตุยิบ ลั่น ปลัดสธ.มีธง-ลงมือจัดการทุกทาง
– สมศักดิ์ แจงสอบหมอสุภัทร ปมจัดซื้อเอทีเค ตรวจโควิด ชี้ไม่สอบรพ.อื่นเพราะไม่มีคนร้อง

