กรมวิทยาศาสตร์ฯถ่ายทอด ‘แฮร์โทนิค’ จากสารสกัดขิง-มะขามป้อม ส่งเอกชนต่อยอดธุรกิจ

20.08.25 | 13:56 น.

กรมวิทยาศาสตร์ฯถ่ายทอด ‘แฮร์โทนิค’ จากสารสกัดขิง-มะขามป้อม ส่งเอกชนต่อยอดธุรกิจ

วันนี้ (20 สิงหาคม 2568) นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข   (สธ.) และ น.ส.กิรัชฌา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูมิ ดีพเทค จำกัด (UMI DEEPTECH) ลงนามในสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์แฮร์โทนิคจากสารสกัดขิงและมะขามป้อม ระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ บริษัท ยูมิ ดีพเทค จำกัด

โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ นายสันตกิจ นิลอุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุนไพร นางนพรัตน์ รุ่งอุทัยศิริ กรรมการ บริษัท ยูมิ ดีพเทค จำกัด และเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี

Advertisement

นพ.ยงยศ เปิดเผยว่า ทีมนักวิจัยของสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์ฯได้วิจัยศึกษาวิธีการเตรียมสารสกัดขิง (Ginger Extract) และสารสกัดมะขามป้อม (Emblica Extract) ที่มีความบริสุทธิ์สูง นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้นแบบจากสารสกัดขิงและมะขามป้อม ซึ่งพบว่า ผลิตภัณฑ์แฮร์โทนิคจากสารสกัดขิงและมะขามป้อมที่พัฒนา มีสรรพคุณช่วยบำรุงหนังศีรษะและเส้นผมหลายประการ เช่น ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ลดความมันบนหนังศีรษะ ลดอาการคัน และช่วยให้ผมดกดำ เงางาม และได้ผ่านการประเมินด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในอาสาสมัครแล้ว โดยไม่ก่อให้เกิดการแพ้และ ระคายเคืองต่อหนังศีรษะ

นพ.ยงยศ กล่าวว่า ปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์ฯได้สกัดสารต่างๆ จากพืชประมาณ 30 ชนิด อาทิ มะหาด ฝาง กระท่อม รางจืด ฯลฯ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศต่อ โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ปี 2564 มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้าผสมสารสกัดมะหาด ปี 2567 มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรแฮร์โทนิคแคนนาบิไดออลและออกซีเรสเวอราทรอล ซึ่งเป็นสารสกัดจากกัญชาและมะหาด และในปี 2568 ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต สารสกัดไมทราไจนีนจากพืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์แฮร์โทนิคจากสารสกัดขิงและมะขามป้อม และอยู่ระหว่างการถ่ายทอดอีกหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรพลูคาว มะขามป้อม รางจืด เทคโนโลยีการสกัดสารสกัดฝาง และสเปรย์แก้ปวดจากสารสกัดกระท่อม เป็นต้น

“กรมวิทยาศาสตร์ฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับภาคเอกชน ไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดเทคโนโลยี จากห้องปฏิบัติการสู่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นจริงในสังคม เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย เน้นย้ำหลักการทำงานของกรมวิทยาศาสตร์ฯ ว่า ต้องพิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ปลอดภัย ไม่มีพิษและเกิดประโยชน์จริง เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยสู่การยอมรับระดับสากล” นพ.ยงยศ กล่าว

 

ด้าน น.ส.กิรัชฌา กล่าวว่า บริษัท ยูมิ ดีพเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (UMI) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ได้มีความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์ฯ โดยมีทีมนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงได้ทำการศึกษาวิจัยสมุนไพรไทยในห้องปฏิบัติการอย่างครบวงจรจนสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แฮร์โทนิคจากสารสกัดขิงและมะขามป้อมที่มีสรรพคุณในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อจะได้นำเทคโนโลยี การผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ได้รับถ่ายทอดนี้ไปผลิตจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ เป็นการนำผลงานวิจัยมาต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในนามแบรนด์ของคนไทย เพื่อการทำตลาดทั้งในประเทศและระดับสากล ส่งเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ของไทย ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์นี้ได้มากยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ถือเป็นก้าวที่สำคัญ ของสมุนไพรไทย ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์จะสามารถออกมาจำหน่ายในท้องตลาด ได้เร็วๆ นี้