สธ.ตรวจ สถานชีวาภิบาล วัดพระบาทน้ำพุ พบ เพิ่งจดทะเบียนปี 67 ย้ำ ศพดองในพิพิธภัณฑ์ ผิดกม.

20.08.25 | 16:13 น.

สธ.ลุยตรวจ วัดพระบาทน้ำพุ พบ เพิ่งจดทะเบียนเมื่อปี 67 ย้ำ ศพดองในพิพิธภัณฑ์ ผิดกม. เคยขออนุญาตปลูกกัญชา เพื่อส่งออก

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสถานชีวบาล วัดพระบาทน้ำพุ นำทีมผู้เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสถานชีวภิบาลให้กับผู้ป่วยรักษาตัวที่วัดพระบาทน้ำพุ และตรวจสอบยาทุกชนิด ที่อยู่ในสำนักงานผู้ป่วย ว่าถูกต้องหรือไม่ และตรงกับที่จะนำมาใช้กับผู้ป่วยหรือไม่

ทั้งนี้ได้ยังตรวจตามตึกผู้ป่วยโรคเอดส์หลังเก่าที่เลิกใช้แล้ว เนื่องจากอยู่ในสภาพทรุดโทรม ลิงได้ขึ้นไปทำลายหลังคาจนรั่ว ฝนจึงชะลงมาทำลายสิ่งของ อุปกรณ์เสียหายจนใช้ไม่ได้ ต้องย้ายผู้ป่วยลงมานอนรวมกันชั้นล่าง ซึ่งมีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่กว่า 100 ชีวิต

นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่าวันนี้ได้พาทีมงานกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด มาดูงานที่วัดพระบาทน้ำพุว่า มีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง ในการดำเนินการของวัดพระบาทน้ำพุ ที่มีข่าวในการบริหารงานของเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุว่า มีการทุจริตหรือเปล่าตามที่เป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นความผิดในแต่ละประเภท ทั้งเรื่องสำนักพระพุทธศาสนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง

Advertisement

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า วัดพระบาทน้ำพุไม่เคยขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล เพิ่งมาจดเป็น สถานชีวาภิบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ส่วนการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ของวัดพระบาทน้ำพุ เพิ่งจะขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นสถานชีวาภิบาล หรือสถานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เมื่อปี 2567 โดยมีผู้ป่วยในความดูแลทั้งหมด140 คน ซึ่งผู้ป่วยทั้งหมดได้เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล และได้รับยาตามที่แพทย์สั่ง แต่อาจจะไปพักรักษาตัวที่วัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากญาติหรือผู้ป่วยอาจเห็นว่า ที่วัดพระบาทน้ำพุมีคนคอยช่วยดูแลผู้ป่วย เพราะเป็นสถานชีวาภิบาล เหมือนกับเอกชนทั่วไป และหากมีผู้ป่วยเสียชีวิต วัดพระบาทน้ำพุก็สามารถขอรับเงินกับ สปสช. ได้

ส่วนมีข้อสงสัยว่า ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา วัดพระบาทน้ำพุมีชื่อเสียงด้านการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ แต่ไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล ทำไมจึงไม่เคยมีการดำเนินการเอาผิดใด ๆ มาก่อนนั้น นายธนกฤต ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่เคยได้รับการร้องเรียน และยังไม่เคยปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น แต่หลังจากนี้หากพบว่า มีการรักษาพยาบาล หรือการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ เช่น หากในการรับบริจาคระบุว่า จะนำเงินไปใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วย แต่ไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ก็จะถือว่ามีความผิด ซึ่งทั้งหมดต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงอาจต้องรอให้มีผู้ร้องเรียน หรือแจ้งข้อมูลเบาะแสเข้ามาก่อนด้วย

นายธนกฤต กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลของสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี พบว่า ในพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ มีการขอใบอนุญาตปลูกกัญชา เมื่อปี 2567 เนื้อที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร ด้วยบอกว่า เพื่อการจำหน่ายแปรรูปและส่งออกด้วย โดยระบุชื่อเป็นบริษัทเอกชน ซึ่งในส่วนนี้ก็อาจจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องต่อไป

ส่วนศพผู้เสียชีวิตที่โชว์ไว้ในพิพิธภันฑ์เป็นร่างดองไว้ให้นักท่องเที่ยวชมนั้น ไม่มีใบอนุญาต ผิดพ.ร.บ.การเก็บศพ แต่เป็นหน้าที่ของมหาดไทย หรือท้องถิ่นควรมาดูแล ไม่ควรเก็บไว้ โดยสรุปว่า สถานชีวภิบาลนั้นยังไม่พบความผิด แต่ควรจะต้องมีข้อแนะนำอะไรบางอย่างต่อไป