‘สมศักดิ์’ เปิดสนง.เศรษฐกิจสุขภาพ ดึงต่างชาติรักษา ตั้งเป้า 6.9 แสนล้านบาท ย้ำ!ปมซื้อ ATK ว่าไปตามกฎหมาย

21.08.25 | 12:29 น.

‘สมศักดิ์’ เปิดสนง.เศรษฐกิจสุขภาพ ดึงต่างชาติรักษา ตั้งเป้า 6.9 แสนล้านบาท ย้ำ!ปมซื้อ ATK ว่าไปตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานประกาศนโยบายรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายกิตติกร โล่สุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. นายวิชัย ไชยมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.สวัสดิ์ชัย นวกิจรังสรรค์ ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ และผู้บริหาร สธ. เข้าร่วม ที่บริเวณโถงชั้น 1 อาคาร 3 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพและบริการทางการแพทย์ ซึ่ง สธ.ได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ผ่าน 6 กลไกสำคัญ ได้แก่ 1.การยกระดับภูมิปัญญาไทยและนวดไทย 2.การต่อยอดสมุนไพรไทย ยาไทย และอาหารไทย 3.การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ 5.การยกระดับศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง และ 6.การส่งเสริมธุรกิจและบริการด้านสุขภาพบุคคลและความงาม โดยคาดว่า จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ กว่า 6.9 แสนล้านบาท

Advertisement

“จากผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นแล้วกว่า 1.18 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของเป้าหมาย เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง สธ.ได้จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อทำหน้าที่ เป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ วิจัย และขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ และยั่งยืน รวมถึง สธ. ได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการข้อมูลเศรษฐกิจสุขภาพอัจฉริยะ หรือ IOC เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้ม ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ครบถ้วน และแม่นยำ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เช่น Big Data และ AI ซึ่งขอให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนงาน ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพและบริการทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป” นายสมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ สธ. ได้ประกาศให้สังคมรับทราบว่า สำนักงานเศรษฐกิจสุขภาพ ที่หมายมั่นให้ประเทศมีรายได้ ที่มาจากการดูแลรักษาสุขภาพ ทั้งของคนไทย และต่างชาติที่เข้ามารักษา ซึ่งหมอไทย มีความสามารถในทางการแพทย์สูง เป็นที่ยอมรับในลำดับต้นๆของโลก ตนจึงประกาศให้ทั่วโลกรู้ถึงศักยภาพ เพื่อให้ต่างชาติเข้ามารักษา โดยที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ด้านเศรษฐกิจสุขภาพ มีการให้น้ำหนักน้อย จึงมีการยกระดับให้ใหญ่มากขึ้น เพื่อรองรับงานของรัฐบาล ด้วยการเปิดศูนย์เศรษฐกิจสุขภาพ และในอนาคตอาจจะขยายกลายเป็นอีก 1 กรม

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเอทีเคและวัคซีนทั้งหมด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอย้ำเรื่องกฎหมาย Law of Efficiency ที่ได้ขับเคลื่อนตั้งแต่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ที่ให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ขณะนี้ ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนั้น กฤษฎีกาก็ได้แนะนำด้วยว่า คนที่ร้องเรียน ถ้าหากไม่จริง ก็ให้มีบทลงโทษคนร้องเรียนด้วย

“โดยเป็นการคุยกันนอกรอบ แต่ผ่านมา 2-3 ปีแล้ว ยังไม่เห็นความคืบหน้า เพราะผมเปลี่ยนหน้าที่ จึงไม่ได้ติดตาม ซึ่งกฎหมาย Law of Efficiency คือ การทำงานทางราชการ อาจจะผิด แต่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือ เรื่องเร่งด่วน ก็ขอให้ถือว่า เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ ไม่มีความผิด แต่วันนี้ ยังไม่มีกฎหมายนี้ โดยมีแต่เราทำอะไรที่ผิดระเบียบ คือ เรื่องทุจริต ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเขาอาจจะไม่ตั้งใจ แต่ถ้าผิดระเบียบ เข้าข้อกฎหมายหรือไม่ ก็ขอให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบดู โดยผมพูดไป ไม่ใช่ศาล ไม่ใช่องค์กรตรวจสอบ และถ้าพูดไม่ครบ เดี๋ยวก็เอาโซเชียลมาล้อเลียนกันอีก” นายสมศักดิ์ กล่าว