สิทธิใหม่บัตรทอง เพิ่มบริการดูแลสุขภาพจิตทุกมิติ เปิดทางเอกชนร่วมบริการ
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติเห็นชอบโครงการ “บริการสุขภาพจิตครบวงจร” ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เพื่อตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีการอนุมัติงบประมาณ 73.34 ล้านบาท สำหรับดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์ให้การปรึกษาสุขภาพจิตในปีงบประมาณ 2568 ตั้งเป้าให้บริการประชาชน กว่า 470,000 ครั้ง
เปิดทางเอกชน-ภาคประชาชนร่วมบริการ
น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการเปิดมิติใหม่ ให้องค์กรภาคประชาชนและภาคเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้มีภาวะเสี่ยง สามารถขึ้นทะเบียนเป็น หน่วยบริการมาตรา 3 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และขยายบริการสุขภาพจิตให้ครอบคลุมและเข้าถึงได้มากขึ้น ทั้งในระบบสาธารณสุขและนอกระบบ โดยรูปแบบการให้บริการจะครอบคลุมการให้คำปรึกษาเบื้องต้น คัดกรองผู้มีความเสี่ยง รวมถึงติดตามผลการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สปสช.ได้ประสานงานกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงองค์กรเอกชน เพื่อขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพจิตอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจัดอบรมองค์กรภาคประชาชนที่สนใจเข้าร่วมให้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่ได้มาตรฐาน
สุขภาพกาย-ใจสำคัญเท่ากัน
“รัฐบาลให้ความสำคัญต่อสุขภาพจิตของคนไทยไม่แพ้สุขภาพกาย การผลักดันบริการสุขภาพจิตครบวงจรครั้งนี้ เป็นการยกระดับสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

