‘สมศักดิ์’ ลุย ‘นับคาร์บ’ หวังลดผู้ป่วย-แออัดใน รพ. จ่อห้ามต้ม ‘กระท่อม’ ขายข้างทาง 

25.08.25 | 16:57 น.

‘สมศักดิ์’ ลุย ‘นับคาร์บ’ หวังลดผู้ป่วย-แออัดใน รพ. จ่อห้ามต้ม ‘กระท่อม’ ขายข้างทาง 

วันนี้ 25 สิงหาคม 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ครั้งที่ 7/2568 โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ศ.บรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการ สวรส.เข้าร่วม ที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวันนี้ ที่ประชุมได้รายงานผลสำรวจสุขภาพคนไทย โดยมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ และสอดคล้องกับนโยบายที่ สธ. กำลังขับเคลื่อน แต่การสำรวจยังไม่ใช่แก่นแกนที่จะทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาสุขภาพคนไทยได้โดยตรง ซึ่งจากข้อมูลผู้ป่วยนอก 30 บาท เข้ารักษากว่า 220 ล้านครั้ง โดยป่วยกลุ่มโรค NCDs ที่เกิดจากการกินถึง 167 ล้านครั้ง

“จึงถือได้ว่า NCDs เป็นตัวแม่ ที่ทำให้คนไทยป่วย เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากการกิน ดังนั้น เมื่อมีข้อมูลสำรวจที่ละเอียด ก็ต้องมีแนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม จากข้อมูลพบว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เป็นเบาหวานมากที่สุด ซึ่งก็ตรงกับข้าวเหนียวที่ประชาชนในพื้นที่เน้นบริโภคมากที่สุด โดยข้าวเหนียวนั้น จากการตรวจ พบว่ากลายเป็นน้ำตาลสูงมาก ดังนั้น ถ้าสนับสนุนให้เลือกบริโภคข้าว กข.43 ที่กลายเป็นน้ำตาลน้อยกว่า ก็จะช่วยเรื่องเบาหวานได้” นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า การแก้ปัญหาสุขภาพคนไทยนั้น ตนได้รณรงค์การนับคาร์บ หรือ นับคาร์โบไฮเดรต ซึ่งนับคาร์บได้แล้วกว่า 42 ล้านคน โดยเข้าสู่การักษา 267,847 คน สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 787 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า เมื่อเรารู้ปัญหาสุขภาพคนไทย ก็เดินหน้าแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ เพื่อช่วยลดการเจ็บป่วย โดยถ้าเราทำให้หลอดเลือดไม่อักเสบจากการกินได้ ก็จะทำให้สุขภาพดี อายุยืน ซึ่งถ้าทำเรื่องนี้ได้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาสาธารณสุขได้ทั้งหมด ทั้งบุคลาการขาดแคลน ลดความแออัดในโรงพยาบาล และประหยัดงบประมาณในการรักษา

Advertisement

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานสุขภาพคนไทย ยังมีปัญหาเรื่องกัญชา ที่พบว่า มีเด็กอยากทดลองจำนวนมาก รวมถึงเรื่องกระท่อม โดยตนเป็นผู้ทำให้กระท่อมถูกกฎหมาย แต่วันนี้ ประชาชนเข้าใจว่ากระท่อมเป็นพิษต่อร่างกาย ตนจึงได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เพื่อไม่ให้ต้มกระท่อมขายข้างทาง ซึ่งกระท่อมมีของดีในตัวจำนวนมาก แต่คนเอามาต้มขาย ผสมกับยาแก้ไอ จึงกลายเป็นของเสีย ดังนั้น จากนี้จะห้ามไม่ให้มีการต้มขายข้างทางแล้ว

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสนอร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดชั่วโมงการทำงานบุคลากรทางการแพทย์ พ.ศ. … ว่า ตนพร้อมรับฟังแนวทางต่างๆ รวมถึงกฎหมายที่จะผลักดัน หรือจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการช่วยกลั่นกรอง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ขัดและยินดีรับฟัง ซึ่งก็เป็นอีกแนวทางที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะผู้กำหนดนโยบายจะมีการดำเนินการอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เวลาการทำงานจะปรับจะเปลี่ยนไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญต้องอยู่ที่คุณภาพของงาน การให้บริการประชาชน ต้องคิดใคร่ครวญว่า มีประโยชน์อย่างไรกับประชาชน แต่ในเรื่องลดภาระงานนั้น ตนมีนโยบายในเรื่องการป้องกันโรคเป็นสำคัญ เมื่อคนสุขภาพดี ก็จะลดการไปโรงพยาบาล ลดภาระงานได้ ทางหนึ่ง โดยการแก้ปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนนั้น มีนโยบายหลายอย่างควบคู่กัน เช่น การแก้ปัญหาทางตรง คือ ผลิตเพิ่มแต่ใช้เวลานาน จึงต้องมีมาตรการอื่นๆ อย่างลดผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งมีถึง 3 ใน 4 ส่วนของผู้ป่วยนอกทั้งหมด จากการเข้ารักษาตัว หากลดลง ก็เบาลง รวมไปถึงการให้บริการที่มองว่า ควรมีมินิคลินิก และการจัดบริการการแพทย์ทางไกล หรือ เทเลเมดิซีน ซึ่งตนได้พบกับ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร หรือ อสส. ก็มีปัญหาเรื่องการรับบริการ ก็จะนำมาช่วยได้ ซึ่งจะแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงใช้หมอเกษียณเข้ามาช่วยโดยดึงเอกชนร่วมลงทุน เป็นต้น