วงเสวนา ‘ใกล้ใจ ไกลมะเร็งปากมดลูก’ เผย 99.99% เชื้อเอชพีวีเกิดจากเพศสัมพันธ์ แต่ป้องกันได้

25.08.25 | 18:47 น.

วงเสวนา ‘ใกล้ใจ ไกลมะเร็งปากมดลูก’ เผย 99.99% เชื้อเอชพีวีเกิดจากเพศสัมพันธ์ แต่ป้องกันได้

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 2 (ทุ่งครุ) หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้หญิงสู่การเป็นผู้นำทางการเมือง จัดกิจกรรมเสวนา หัวข้อ “ใกล้ใจ ไกลมะเร็งปากมดลูก” โดยมี น.ส.แอนศิริ วลัยกนก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) น.ส.ภัสริน รามวงศ์ ส.ส.กทม. พรรค ปชน. น.ส.ณัฐชา พูลเจริญ ฝ่ายสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ น.ส.มารีญา พูนเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม และนางชนกสรวง พูนเลิศลาภ อดีตอาจารย์พิเศษสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เข้าร่วมเสวนา และ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ

น.ส.ณัฐชา กล่าวว่า 99.99% ของการติดเชื้อเอชพีวีเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนเข้าห้องน้ำสาธารณะนั้น มีโอกาสเป็นไปได้น้อยหรือเป็นไปไม่ได้เลย แต่ก็ยากที่จะนำข้อมูลมาคอนเฟิร์ม พวกยีนส์ต่างๆ ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นยีนส์เดียวกันหากในครอบครัวมีประวัติก็ควรที่จะไปตรวจ แต่หากในครอบครัวมีประวัติเลยก็เป็นโอกาสน้อยที่จะพบยีนส์นี้

“สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งหนึ่งที่เรารู้สาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งเกิดจากเชื้อเอชพีวี เมื่อเราลงสาเหตุที่ชัดเจนก็จะนำมาสู่การป้องกันเช่น การฉีดวัคซีนในเด็กที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ หากเราตรวจการคัดกรองจะใช้เวลานาน แต่ถ้าตรวจแล้วเจอก็จะช่วยให้สามารถรักษาได้ทัน” น.ส.ณัฐชา กล่าวและว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้เรามีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ถึง 90% เราต้องตรวจคัดกรองให้เพียงพอ โดยในส่วนของประเทศไทยระบบในส่วนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังดีไม่พอ แต่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำการที่คนในประเทศจะเป็นมะเร็งปากมดลูกจะมีสูงขึ้น ย้ำว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นเพียงไม่กี่มะเร็งที่เราสามารถรู้สาเหตุแล้วสามารถป้องกันได้ จึงอยากให้ป้องกัน หากตรวจแล้วยังไม่เจอในตอนนี้ ก็ยังเว้นการตรวจคัดกรองไว้อีก 5 ปี แต่ก็ยังอยากให้มาตรวจทุกปี ซึ่งทุกคนสามารถใช้การตรวจด้วยตนเองได้ หากไม่อยากไปตรวจกับหมอ

Advertisement

ด้าน น.ส.ภัสริน กล่าวว่า ผู้หญิงเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการแก้ไข ตอนนี้ เรายังไม่มีการพูดถึงระบบภายในของผู้หญิง ซึ่งเราต้องกลับมาทบทวนว่าเราให้ความสำคัญกับประชากรมากแค่ไหน ตนขอบอกว่าเรื่องสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์หรือเรื่องมะเร็งปากมดลูกนั้น เราควรมุ่งไปที่ 3 ค. คือครอบคลุม คุ้มครอง และให้ความรู้ แม้จะมีคนที่เข้าถึงบริการได้ แต่ก็ยังมีคนที่ตกหล่นหรืออยู่นอกระบบอยู่เยอะมาก คนที่ไม่มีทรัพยากรหรือรายได้มากพอที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ตรงนั้นจะอยู่ตรงไหน

น.ส.ภัสริน กล่าวว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ตนคิดว่าเรื่องการครอบคลุมต้องครอบคลุมทุกมิติคือ ตั้งแต่เกิด วัยทำงาน สุขอนามัยตั้งแต่ที่มีประจำเดือน และเรื่องของการคุ้มครองก็ควรที่จะคุ้มครองทุกเพศ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเพียงเท่านั้น แต่หมายถึงกลุ่มบุคคลที่เป็น LGBTQ ด้วย และควรรวมถึงเรื่องของสุขภาพจิตใจด้วย ทุกคนควรที่จะได้รับการเข้าถึงสิทธิ์ในการคุ้มครองเรื่องสุขภาพ

“หากเราอยู่ในประเทศที่สามารถคุ้มครอง ครอบคลุมและให้ความรู้ในหลายๆ มิติที่เกี่ยวกับร่างกายของเราได้ แต่ตราบใดที่การดูแลของรัฐและกฎหมายยังไปไม่ถึงสิ่งเหล่านั้น จะถือว่าไม่ได้ดูแลประชากรอย่างแท้จริง เราเหมือนถูกถีบโดยกลไกที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงอยากให้ทุกคนที่พิจารณาเรื่องของ 3 ค. และย้ำว่า ร่างกายเป็นเรื่องของการเมืองและการเมืองเป็นเรื่องของร่างกายด้วย ซึ่งทุกคนสามารถช่วยกันส่งเสียงกันได้ว่ายังมีบริการสุขภาพอะไรที่เรายังเข้าไม่ถึง หากเราไม่มีการพูดคุยก็จะถือว่าบริการด้านสุขภาพตายไปแล้ว” น.ส.ณัฐชา กล่าว

ขณะที่ น.ส.แอนศิริ กล่าวว่า ทุ่งครุเป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษและมีความลงตัว เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมมีทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมที่อยู่รวมกัน การที่เรามีความหลากหลายจึงทำให้เราเห็นถึงความแตกต่าง การจะทำให้ทุกคนรักสุขภาพของตัวเอง ฉะนั้น ตนจึงนำกิจกรรมตรวจสุขภาพไปลงพื้นที่และทำงานร่วมกันมาตลอด แต่ขอบอกว่าการเข้าถึงของประชาชน วันนี้ผลตรวจออกมาจะเจอในกลุ่มประเภทที่เป็น NCD หรือโรคติดต่อไม่เรื้อรังเยอะ ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่จะเข้ามาตรวจค่อนข้างเยอะ

น.ส.แอนศิริ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การเข้าห้องน้ำจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไร จึงจะใช้วิธีการให้นำกลับไปตรวจที่บ้าน แล้วเราแจ้งผลกลับไป เนื่องจากผู้หญิงมีความกังวลและมีความอายไม่กล้าตรวจ และด้วยความที่เขตของตนเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม การจะไปตรวจเรื่องมะเร็งปากมดลูกจะยังเรื่องของความอายอยู่ จึงทำให้มีคนมาตรวจน้อย แต่ก็อยากให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพื่อจะให้เรามีสุขภาพที่ดี

น.ส.มารีญา กล่าวว่า เมื่อเรามีประจำเดือนก็จะต้องใช้อุปกรณ์ในการที่จะเก็บเลือด ตนเริ่มจากการใช้ผ้าอนามัย แต่ก็รู้สึกว่าอึดอัดเหมือนใส่แพมเพิร์สตลอด จนมาเปลี่ยนเป็นการใช้แบบสอด แต่ก็รู้สึกว่าใช้เวลานานกว่าจะรู้สึกสบายตัวได้ แต่เมื่อได้อ่านหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยๆ ทราบว่าสิ่งนั้นจะมีเคมีในการดูดซึมน้ำ จึงได้ลองอย่างอื่นและพบว่าเป็นการใช้ขยะเยอะมาก จนกระทั่งมารู้จักถ้วยอนามัย และเริ่มหาอะไรที่เข้ากับตัวเราได้มากขึ้น ก็เริ่มหากิจกรรมที่เข้ากับเราได้ ซึ่งเมื่อกลับมาที่ประเทศไทยก็พบว่าหาอุปกรณ์เหล่านี้ได้ยากมาก

“จึงคิดว่าหากมีตัวเลือกที่ทำให้สามารถพูดคุยแบบเปิดเผยได้ เพราะถือเป็นเรื่องปกติ จะทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่แปลกอยู่คนเดียว ฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ตนอยากให้มีการพูดถึงมากขึ้น นอกจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็มีเรื่องของสุขภาพด้วย หากสิ่งแวดล้อมของเราสะอาดก็จะมีผลต่อสุขภาพด้วย รู้สึกว่าโชคดีที่ได้เกิดมาในยุคนี้ที่มีเทคโนโลยีต่างๆ และดีมากที่มีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจหาเชื้อเอชพีวีได้โดยที่ไม่ต้องไปหาหมอ การที่เราไปตรวจแล้วพบก่อนยังสามารถที่จะแก้ไขได้ดีกว่าปล่อยให้นานไป ซึ่งนี่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของผู้หญิง แต่เป็นเรื่องของทุกเพศ” น.ส.มารีญา กล่าว

ด้าน นางชนกสรวง กล่าวว่า ตนขอแนะนำว่าอย่าตัดมดลูกหรือรังไข่ หากมีปัญหาอะไรขอให้ปรึกษากับหมอหลายๆ คนก่อน ซึ่งตนในฐานะที่เคยตัดมาแล้วหลังจากที่ตัดมดลูกก็พบปัญหาต่างๆ มากมายเช่น อารมณ์แปรปรวน นอนลำบาก ใช้ชีวิตลำบาก แต่แนะนำให้ไปตรวจภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งก็ยังดี ส่วนตัวเวลาเข้าห้องน้ำ จะยังรู้สึกว่าผ้าอนามัยยังไม่ค่อยสะอาด เพราะต้องใช้แล้วทิ้ง จึงอยากให้หันมาใช้พวกถ้วยกัน เนื่องจากเราสามารถนำมาต้มก็สามารถนำกลับมาใช้ต่อได้ เพราะจะช่วยได้ทั้งเรื่องของโรค ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ด้วย

จากนั้น น.ส.วัลลภา นีระไพจิตร อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ฝ่ายกิจการเยาวชนและสตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สุขภาพสำคัญที่สุด เราอยู่ไม่ได้หากสุขภาพของเราไม่แข็งแรง เป็นโรคนั้น โรคนี้ อยากให้คิดถึงครอบครัวมากๆ แล้วคิดไตร่ตรองดู ไม่อยากให้อาย อยากให้มาร่วมกันตรวจสุขภาพ