‘สมศักดิ์’ ขอบคุณ สสส. ร่วมดัน ‘นับคาร์บ’ ลดผู้ป่วย NCDs-แออัดใน รพ. ประหยัดแล้ว 787 ล.

29.08.25 | 14:32 น.

‘สมศักดิ์’ ขอบคุณ สสส. ร่วมดัน ‘นับคาร์บ’ ลดผู้ป่วย NCDs-แออัดใน รพ. ประหยัดแล้ว 787 ล.

วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจาก นายประเสิรฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุน สสส. ให้ทำหน้าที่ประธานการประชุม สสส.แทน โดยประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระประชุม ตนได้พูดถึงความคืบหน้าการนับคาร์บ หรือ คาร์โบไฮเดรต ที่ได้มีการเชิญชวนเข้าร่วมเมื่อต้นปี ปัจจุบันประชาชนและอสม.นับคาร์บ 42,206,405 คน

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า โดยจากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – วันที่ 24 สิงหาคม 2568 มีผู้ป่วย NCDs เข้าสู่ขั้นตอนการรักษา 267,847 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์โรคสงบ 28,506 คน หรือ คิดเป็นร้อยละ 14.9 ลดยาลงได้ 29,886 คน คิดเป็นร้อยละ 15.6 และหยุดยาได้ 17,790 คน คิดเป็นร้อยละ 14.9 คิดเป็นค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่สามารถประหยัดได้ถึง 787.94 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ วันที่ 30 สิงหาคมนี้ จะมีการคิกออฟ (Kick off) เพิ่มสิทธิการตรวจสุขภาพให้อสม.เป็น “รางวัล” ของการสนับสนุนนโยบายที่ช่วยดูแลสุขภาพให้ประชาชน

“ขอบคุณ สสส.ที่ได้สนับสนุนและทำงานร่วม สธ.ในการทำสื่อประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยมีการพัฒนาเว็บไซต์ www.นับคาร์บ.com รวบรวมคลังความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับคาร์โบไฮเดรตและโรคไม่ติดต่อ(NCDs) พร้อมเทคนิคดูแลสุขภาพ เช่น การเลือกอาหารที่ดีต่อร่างกาย วิธีออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย นวัตกรรมโปรแกรมคำนวณคาร์บ เพื่อให้ประชาชนหาปริมาณคาร์บและอาหารที่เหมาะสม สามารถสร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพ และทำให้คนไทยเรียนรู้การนับคาร์บ”  นายสมศักดิ์ กล่าว

Advertisement

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สสส.ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารรณรงค์ทำงานร่วมกับ สธ. ในโครงการนับคาร์บ ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างดีเยี่ยม ประเด็นนี้ถือเป็นนโยบายการดูแลสุขภาพประชาชนที่สามารถวัดผลได้จริง สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้ถึง 787.94 ล้านบาทต่อปี ภายใน 1 ปีแรก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ เครื่องมือต่างๆ อาจยังมีความไม่ชัดเจนบ้าง แต่ในปีต่อไปจะดีขึ้น และเชื่อว่าหากได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง ในปีหน้าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นหลัก 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และลดความแออัดในโรงพยาบาลได้ในระยะยาว

“นอกจากนั้น ที่ประชุมเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี พ.ศ.2569 ตามที่ได้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ สสส. ซึ่งเป็นนโยบายการบริหารจัดการตามหลักการตามธรรมาภิบาลขององค์กร โดยในปี 2569 ได้กำหนด 64 ตัวชี้วัดหลัก 4 ตัวขี้วัดร่วม และ 2 วาระกลาง ได้แก่ 1.การขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญในพื้นที่เฉพาะ และ 2.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยการดำเนินงานจะเน้นหาจุดคานงัดเชิงยุทธศาสตร์ของทั้ง 15 แผนงาน กำหนดค่าเป้าหมายที่ต้องบรรลุ และวัดผลความก้าวหน้าได้ภายใน 1 ปี” นายสมศักดิ์ กล่าว