คณะทำงานฯ ถก 4 ประเด็นขาย ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’ ออนไลน์ ขอหน่วยงานศึกษาผลกระทบ

30.08.25 | 15:56 น.

คณะทำงานศึกษาข้อมูลประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลผลกระทบ 

วันนี้ (30 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศึกษาข้อมูลประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 1/2568  พร้อมด้วย นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ว่าที่ ร.ต.ประยุทธ เสตถาภิรมย์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รักษาการในตำแหน่งนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในลักษณะการขายต่อผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในด้านการบริหารจัดการการกำกับติดตามกฎหมาย การตรวจสอบ การป้องกันและควบคุมผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ในที่ประชุมจึงร่วมกันพิจารณาข้อเสนอแนวทางการดำเนินการศึกษาข้อมูลประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีประเด็นสำคัญในการวิเคราะห์เบื้องต้น 4 ด้าน ได้แก่

1.ด้านกฎหมายและการกำกับดูแล เช่น กลไกการออกใบอนุญาตขายสุราด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (E-license), กลไกตรวจสอบอายุผู้ซื้อ/ผู้รับ (Age verification) และระบบการติดตาม ตรวจสอบ บังคับใช้กฎหมาย

Advertisement

2.ด้านสาธารณสุขและสังคม เช่น ผลกระทบต่อพฤติกรรมการบริโภค อาชญากรรม อุบัติเหตุจากการดื่ม และผลกระทบต่อการสื่อสารการตลาดและการโฆษณา

3.ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ เช่น บทบาทของแพลตฟอร์ม e-commerce และการจัดส่งสินค้า

4.กรณีศึกษาและแนวทางต่างประเทศ เช่น การจัดการของประเทศที่อนุญาตและใช้มาตรการกำกับดูแล และมาตรการควบคุม (เช่น ระบบยืนยันตัวตน, จำกัดเวลา/พื้นที่จัดส่ง, การติดตามธุรกรรม)

นายศึกษิษฏ์กล่าวว่า ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลผลกระทบ ทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม และสุขภาพ รวมถึงแนวทางปฏิบัติของต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับบริบทประเทศไทยต่อไป