สบส.เผยผลสำรวจพฤติกรรมสูบ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ พบรายใหม่อายุต่ำสุด 6 ปี เหตุหลักเพื่อนชวน

3.09.25 | 13:29 น.

สบส.เผยผลสำรวจพฤติกรรมสูบ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ พบรายใหม่อายุต่ำสุด 6 ปี เหตุหลักเพื่อนชวน

วันนี้ (3 กันยายน 2568) นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สบส. โดยกองสุขศึกษา ได้ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมระดับพื้นที่สำรวจเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ การสูบบุหรี่ไฟฟ้า/พอต ของเยาวชนไทย ปี 2568 ผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 40,344 คน เป็นเพศหญิง ร้อยละ 51.40 เพศชาย ร้อยละ 45.47 LGBTQ+ ร้อยละ 3.13 พบกลุ่มอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามากที่สุด คือ 19-25 ปี ร้อยละ 37.62 รองลงมา อายุ 16-18 ปี ร้อยละ 29.26 และอายุ 13-15 ปี ร้อยละ 22.39 และยังพบว่า กลุ่มอายุ 7-12 ปี ก็ยังพบการสูบ ร้อยละ 5.65 และเมื่อวิเคราะห์ตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือมีผู้สูบสูงสุด ร้อยละ 23.87 รองลงมาคือ ภาคกลาง ร้อยละ 19.63 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ร้อยละ 16.38 และภาคใต้ ร้อยละ 11.21 โดยพบพฤติกรรมการเกิดของนักสูบรายใหม่ เฉลี่ยอยู่ที่อายุ 13.34 ปี โดยมีอายุน้อยที่สุด 6 ปี ซึ่งยังอยู่ในช่วงวัยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และสูงสุดอายุ 24 ปี

“ผลการสำรวจพบว่า บุคคลรอบข้าง และสื่อก็ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน โดยได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้ลองสูบสูงถึงร้อยละ 45.56 และมีการเข้าถึงโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าผ่านเฟซบุ๊กมากที่สุด ร้อยละ 27.88 รองลงมา ติ๊กต็อก ร้อยละ 27.60 ขณะที่การรับรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าเกินครึ่ง คือ ร้อยละ 52.2 มีความรู้ในระดับไม่ดี-พอใช้ สะท้อนถึงปัญหา
ที่น่าห่วงด้านการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า และสื่อที่มีโอกาสชักจูงให้เด็กและเยาวชนเกิดค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน” นพ.ภานุวัฒน์กล่าว และว่า จากผลการสำรวจพฤติกรรมในข้างต้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สบส. ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพแก่สังคม จึงได้วางยุทธศาสตร์ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเดินหน้าผลักดัน เครือข่ายอาสาสร้างสุขภาพ (GEN-H) ที่เป็นแกนนำด้านสุขภาพในสถานศึกษา ซึ่งมีสมาชิกกว่า 27,626 คนทั่วประเทศ ให้เป็นพลังสำคัญในการสื่อสารความรู้แก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ให้มีความเข้าใจถึงโทษและอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนเน้นย้ำว่า การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกอยู่ในความเสี่ยง และลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ในสังคมไทยต่อไป