‘สมศักดิ์’ นั่งหัวโต๊ะถกผู้บริหาร สธ.เดินหน้า ‘คลินิกพรีเมียม’ สร้างเศรษฐกิจสุขภาพ 

3.09.25 | 14:33 น.

‘สมศักดิ์’ นั่งหัวโต๊ะถกผู้บริหาร สธ.เดินหน้า ‘คลินิกพรีเมียม’ สร้างเศรษฐกิจสุขภาพ 

วันนี้ (3 กันยายน 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง สธ. ครั้งที่ 9/2568 โดยมี นายอนุชา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ สธ. นายกิตติกร โล่สุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. รองปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้บริหาร สธ. เข้าร่วมประชุม ที่กระทรวงสาธารณสุข

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูง สธ. ได้รับทราบรายงานผลกระทบอิทธิพลของพายุ “คาจิกิ” และพายุ “หนองฟ้า” โดยผู้ได้รับผลกระทบ มีผู้เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บ 42 ราย และสูญหาย 3 ราย ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากดินสไลด์ ส่วนพื้นที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้ มีสถานการณ์ 8 จังหวัด ใน 4 เขตสุขภาพ มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 4 แห่ง โดยเปิดบริการปกติได้ทั้งหมด

“นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าเรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มรายรับ สร้างรายได้ ยกระดับบริการรองรับประกันสุขภาพเอกชน โดยประกันสุขภาพเอกชน มีเงินหมุนเวียนสูงกว่า 150,000 ล้านบาท สธ.จึงมีไอเดียพัฒนาระบบบริการเพื่อรองรับรายได้ใหม่จากประกัน อีกทั้ง สอดรับกับแนวคิดพรีเมียม คลินิก (Premium Clinic) ซึ่งแน่นอนต้องระมัดระวังเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้องเรียนในส่วนของช่องทางเร่งด่วน โดยขณะนี้ได้วางเครือข่ายโรงพยาบาลนำร่อง จำนวน 35 แห่ง ในทุกเขตสุขภาพ ส่วนกฎระเบียบ ก็อยู่ระหว่างการหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อให้สามารถรับ-จ่ายเงินที่เกิดจากบริการในเวลาราชการได้” นายสมศักดิ์ กล่าว

Advertisement

หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสมศักดิ์ แถลงว่า ที่ประชุมมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกล NCDs สรุปสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จากพายุ “คาจิกิ” และ พายุ “หนองฟ้า” รายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์หน่วยงานในภูมิภาค การขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มรายรับ สร้างรายได้ยกระดับบริการรองรับประกันสุขภาพเอกชน โดยรายงานแนวทางของโรงพยาบาลนำร่อง 35 แห่งทั่วประเทศ ในลักษณะพรีเมียมคลินิก นำเสนอรายได้ ที่จะมาจากบริษัทประกันภัย ผู้ใช้บริการมีความพร้อมสูง กำลังดูเรื่องระเบียบ

“อาจต้องเขียนกฎหมายเพิ่ม ให้ผู้เกี่ยวข้องเขียนไทม์ไลน์ว่าจะทำได้เมื่อไร นอกจากนี้ ยังมีการรายงานการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ด้านสาธารณสุข หลังจาก นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตัดงบประมาณให้ค่ายผู้ลี้ภัย ทำให้ไทยต้องรับภาระ เพราะติดชายแดน จึงมีการเตรียมการและของบฯกลางประมาณ 160 ล้านบาท และปีต่อไป ก็หวังว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเข้ามาจัดระบบแรงงานต่างด้าว เช่น การขึ้นทะเบียน หรือสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่งพรุ่งนี้ (4 กันยายน 2568) จะมีการลงนามเอ็มโอยูกับสภากาชาดไทย” นายสมศักดิ์ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ มีบทบาท 6 ด้าน ซึ่งจะประเด็นใหญ่ของโลกและประเทศ เราจึงต้องดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ อีกเรื่องเป็นการเตรียมรางวัลให้ใช้สมุนไพร ซึ่งปีนี้เป้าหมายยังไม่ครบ ต้องเร่งรัด พร้อมกับมีการรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชวนคนไทยนับคาร์บ หรือ คาร์โบไฮเดรต และโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ขณะนี้นับคาร์บได้กว่า 42 ล้านคน มีระบบการเก็บข้อมูลมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเชิงลึก 6.5 ล้านคน ลดน้ำหนักได้ 9.6 ล้านกิโลกรัม ทำให้รู้ว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของการลดน้ำหนักประชาชนมีมูลค่า 9,600 ล้านบาท ถ้าเทียบบัญญัติไตรยาง 42 ล้านคน จะได้ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้า (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อสม. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คาดว่าวันที่ 5 กันยายนนี้ จะได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่การเลือกใหม่อาจจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการตีความ ถ้าขยับอาจจะเป็นสัปดาห์หน้า เรื่อง อสม. ดีใจที่มีร่างกฎหมายที่พรรคการเมืองใหญ่ๆนำเสนอ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา มีการเสนอโดยตนรับรองไป เชื่อว่าทั้งสภาฯ เห็นด้วยหมด ขอให้ได้เสนอ

เมื่อถามถึงกรณี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณามัย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระบุว่ามีการใช้งบจากเงินบำรุงโรงพยาบาล ประมาณ 1 ล้านบาทต่อครั้ง เพื่อใช้ต้อนรับอีเวนต์ของรัฐมนตรีว่าการ สธ.และ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้ไปจัดดนตรี ลีลาศ นะ ผมก็ไปงานราชการ เวลาไปก็ไปบรรยายเรื่องนับคาร์บ ลดเงินไม่รู้กี่พันล้านบาท ลงทุนเล็กน้อย สิ่งที่ทำเป็นเรื่องมีเหตุมีผล คนใจคับแคบก็มองไม่ออก ไม่อยากพูดอะไรหรอก เดี๋ยวให้ไปคุยกับศาลดีกว่ามั้ง ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่นั้น มอบให้ทางนายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ สธ. ไปดูเรื่องนี้”

เมื่อถามถึงการขับเคลื่อนนโยบาย สธ.จากนี้ไป นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ห่วงอะไร อย่างนโยบายเรื่องนับคาร์บ ลดโรค NCDs ผู้ที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการเข้าใจหมดแล้ว ถ้านโยบายรัฐบาล หรือรัฐมนตรีถ้าเข้าใจในทิศทางเดียวกันก็ขับเคลื่อนได้ วันนี้ไม่ได้เริ่มสตาร์ท แต่เริ่มวิ่งแล้ว กำลังลอยตัว