บอร์ดประกันสังคม รับมีกลุ่มทุนเสนอเข้าซื้อหุ้น ‘บางจาก’ ยัน สปส.ถือเท่าเดิม ชง 4 มาตรการเข้มสกัดหาประโยชน์
เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการฝ่ายผู้ประกันตน คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) และอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง กองทุนประกันสังคม ได้ระบุทางเฟซบุ๊กถึงกรณีการลงทุนในหุ้นบางจากของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่า ทุนโนมินีชนชั้นนำสองประเทศ กับพอร์ตลงทุน 2.7 ล้านล้าน และหุ้นบางจาก-ไล่ไทม์ไลน์ความพยายามเข้าซื้อบางจากและปัญหาความโปร่งใสของการลงทุนประกันสังคม
การนำประกันสังคมสู่แสงสว่างของทีมประกันสังคมก้าวหน้าจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและรักษาผลประโยชน์หลักพันล้านให้แก่ผู้ประกันตนได้อย่างแท้จริง
จากบทความ Thaksin Shinawatra’s Mystery Fixer Man-by John Berthelsen ได้ระบุข้อความว่า “การที่ทักษิณร่วมกับฮุนเซนซื้อบางจากจากประกันสังคมไม่ได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ฮุนเซน?” (เพิ่มเติมในคอมเมนต์ 1)
ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2558 ประกันสังคมเข้าถือหุ้นบางจากมูลค่า 5,931 ล้านบาท โดยจัดการลงทุนนี้เป็น “การลงทุนยุทธศาสตร์” หรือ “การลงทุนนอกแผนปกติ” การลงทุนแผนปกติคือการกำหนดสัดส่วนของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ แบบตายตัวเพื่อการบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนให้สอดคล้องกับกองทุน โดยก่อนปี 2567 มีกรอบการลงทุน “เชิงยุทธศาสตร์” หรือนอกแผนปกติ 2% ประมาณ 4-50,000 ล้านบาท ก่อนปรับมาเป็น 3.5% ประมาณ 7-80,000 ล้านบาท ในปี 2567
แต่สิ่งที่เป็นที่น่าสงสัย คือโดยปกติแล้วการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์จะต้องมีเป้าประสงค์เน้นผลประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกันตน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ หรือโครงการที่สร้างประโยชน์ตรงแก่ผู้ประกันตน การที่บางจากอยู่ในพอร์ตการลงทุนยุทธศาสตร์ จึงเป็นที่น่าตั้งคำถาม เพราะหากหลักเกณฑ์นี้หลวมเกินไป หุ้นทุกตัวในตลาดก็อาจกลายเป็น “หุ้นยุทธศาสตร์” ได้ การที่หุ้นบางจาก 5,931 ล้านบาท เข้าสู่พอร์ตประกันสังคมจึงเต็มไปด้วยข้อคำถาม (เพิ่มเติมในคอมเมนต์ 2)
ประเด็นที่น่าคิดคือ ในปี 2567 ข้อมูลจาก asiasentinel.com ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะมีข้อเสนอซื้อหุ้นบางจากทั้งหมดที่ประกันสังคมถือครอง (Big Lot) มูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 14% ของบริษัท การเข้าซื้อในสัดส่วนนี้ หมายถึงการพยายามเข้าซื้อกิจการบางจาก ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ปั๊มน้ำมัน แต่ยังรวมถึงสิทธิในโรงกลั่น และใบอนุญาตต่างๆ ที่เป็นที่สนใจของกลุ่มทุนพลังงาน
อย่างไรก็ตาม อนุกรรมการบริหารการลงทุน สำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะตัวแทนผู้ประกันตน ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างมากถึงรายชื่อกลุ่มที่เข้ามาทำข้อเสนอ เนื่องจากกลุ่มนี้มีปัญหาในเรื่อง “การระบุตัวตนและไม่สามารถระบุว่าใครคือผู้ซื้อที่แท้จริง ซึ่งขัดกับหลักการบริหารความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล การยอมรับทางสังคม และผลกระทบทางสังคม”
ภายใต้กรอบ SAA (Strategic Asset Allocation) ระยะ 5 ปี มีข้อกำหนดสำคัญว่า การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์จำเป็นต้องให้ผลประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ประกันตน และหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นที่ไม่มีข้อตกลงประโยชน์ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ หุ้นบางจากจึงถูกปรับสถานะเป็นหุ้นแบบปกติ ที่สามารถซื้อขายได้ตามกลไกตลาด ทีมประกันสังคมก้าวหน้าและผมเองได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญ ทั้งในระดับอนุกรรมการบริหารการลงทุนและคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้การซื้อขายบางจากไหลไปสู่กลุ่มทุนที่ไม่มีความโปร่งใส ไร้ซึ่งธรรมาภิบาล และไม่สามารถระบุตัวผู้ซื้อที่แท้จริงได้
ณ วันนี้ ประกันสังคมยังคงถือครองหุ้นบางจากในสัดส่วนเดิม มิได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเงื่อนไขและความกังวลที่เราได้ให้ไว้เป็นข้อกำหนดสำคัญ
เมื่อเราเชื่อมโยงข้อมูลที่ผ่านมา จึงมีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มทุนที่มีเป้าประสงค์จะเข้าซื้อและถือครองบางจากอาจเป็นกลุ่มทุนที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และจากไทม์ไลน์ของกระบวนการที่มีการพยายามผลักดันผ่านช่องทางต่างๆ จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอาจมีเครือข่ายการลงทุนที่อาจมีประวัติไม่ดีมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ตามที่บทความได้ระบุ
“ความโชคดีของผู้ประกันตน คือกรรมการและอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ได้ตรวจสอบและป้องกันเรื่องนี้อย่างจริงจัง”
เพื่อป้องกันปัญหาความไม่โปร่งใสเช่นนี้ในอนาคต เราจึงได้เสนอมาตรการสำคัญหลายประการ เพื่อป้องกันการแสงประโยชน์ที่มิชอบ
ประการแรก การจำกัดการลงทุนนอกยุทธศาสตร์มูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท (Non-SAA) ต้องเป็นการลงทุนที่สร้างผลประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ประกันตนเท่านั้น ไม่ใช่การลงทุนอื่นๆ
ประการที่สอง การซื้อขาย Big Lot ต้องมีการกำหนดให้มีการแสดงรายละเอียดผู้ถือหุ้นชั้นสุดท้าย (Ultimate Beneficial Owner) ไม่ให้ใช้ Nominee หรือบริษัทจดทะเบียนที่อาจอยู่นอกเขตอำนาจศาลไทยเป็นผู้ซื้อ การประเมินราคาและมูลค่าอย่างเข้มงวด และห้ามขายให้กับกลุ่มที่มีปัญหาด้านธรรมาภิบาล
ประการที่สาม การขายต้องเป็นการขายแบบ Auction Process โปร่งใส
ประการที่สี่ หากเป็นการขายในลักษณะที่สามารถเข้าควบคุมกิจการ ต้องป้องกันการขายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนและผลประโยชน์สาธารณะ (อ่านรายละเอียดส่วนหนึ่งของรายงานการประชุม คอมเมนต์ 3)
ตราบใดที่ประกันสังคมยังอยู่ภายใต้ระบบราชการที่ไม่โปร่งใส ผลประโยชน์ทับซ้อนจำนวนมหาศาลนี้ จะซ่อนอยู่ภายในสำนักงานที่สามารถถูกแต่งตั้งทางตรงได้จาก รัฐมนตรีที่ยึดโยงกับสายบังคับบัญชาไม่ใช่ผู้ประกันตน การปฏิรูปประกันสังคมออกนอกระบบราชการ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างประกันสังคมให้เป็นของทุกคนได้
การนำประกันสังคมสู่แสงสว่างของทีมประกันสังคมก้าวหน้า จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและรักษาผลประโยชน์หลักพันล้านให้แก่ผู้ประกันตนได้อย่างแท้จริง
ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลทั่วไป ที่หาได้จากทางตลาดหลักทรัพย์ และประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ประกันตน
อย่างไรก็ดี นายษัษฐรัมย์ให้สัมภาษณ์ “มติชน” เพิ่มเติมว่า เรื่องหุ้นที่เข้ามาเกี่ยวกับประกันสังคมเกิดจากการที่มีบทความภาษาอังกฤษพูดถึงเครือข่ายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสมเด็จฯฮุน เซน ในบทความมีการพูดถึงว่ามีเครือข่ายของนักลงทุนขนาดใหญ่พยายามกว้านซื้อธุรกิจด้านพลังงานภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ซึ่งประกันสังคมก็เป็น 1 ในตัวเลือกที่บทความนั้นได้กล่าวถึงว่า การที่ไม่สามารถมีการซื้อหุ้นบางจากเกิดขึ้นได้จากประกันสังคม ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน
“สิ่งที่ผมได้โพสต์ในนามทีมประกันสังคมก้าวหน้า เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่ามันมีกระบวนการแบบนี้เกิดขึ้นจริง การที่มีกลุ่มทุนที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้เข้ามาเสนอซื้อหุ้นบางจากมีอยู่จริง แต่ทางเราก็ได้ปกป้องผลประโยชน์ผู้ประกันตนอย่างเต็มที่ แต่ในมุมของเราคือไม่ได้มีการขายหุ้นบางจาก Big Lot ในปี 2567 เนื่องจากเรามีมาตรการที่ค่อนข้างเข้มข้นตั้งแต่ระดับคณะกรรมการไปจนถึงอนุกรรมการ” นายษัษฐรัมย์กล่าว

