ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดอบรม Health Ambassador รุ่น 6 สร้างความรู้สุขภาพ-ลดค่ารักษาพยาบาล

4.09.25 | 14:06 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดอบรม Health Ambassador รุ่น 6 สร้างความรู้สุขภาพ-ลดค่ารักษาพยาบาล

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรสื่อสุขภาพ (Health Ambassador) รุ่นที่ 6 โดยมี รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมผู้เข้าร่วมอบรมตั้งแต่รุ่น 1-6 และผู้บริหารระดับสูงของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เข้าร่วมในกิจกรรม

ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ กล่าวว่า การอบรมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สร้างผู้นำสุขภาพยุคใหม่ เพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะอย่างยั่งยืน” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน ให้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ควบคู่กับทักษะการสื่อสารสุขภาพที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 76 คน จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยการอบรมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้นำทุกภาคส่วน ให้พร้อมทำหน้าที่สื่อสารองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องแก่สังคม อันจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล

ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวยังสอดคล้องกับพระปณิธานของ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งมั่นอุทิศพระองค์ในการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ก้าวหน้าและได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนไทยและมนุษยชาติ ทั้งนี้ หลักสูตรสื่อสุขภาพ (Health Ambassador) รุ่นที่ 6 จัดอบรมต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 ถึง 14 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลากว่า 8 เดือน ครอบคลุม 5 หมวดวิชาหลัก ได้แก่ พื้นฐานทางการแพทย์, การสื่อสารทางการแพทย์, มะเร็งกับชีวิต, การฟื้นฟูและส่งเสริมสุขภาพ และ นวัตกรรมการรักษาทางการแพทย์

Advertisement

ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านการบรรยาย การฝึกปฏิบัติจริง การศึกษาดูงาน ตลอดจนกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพระดับประเทศร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ตรง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์คาดหวังว่าหลักสูตรนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างเครือข่าย “ผู้นำสุขภาพ” ที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรและสังคม พร้อมทั้งร่วมยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล ภายใต้ปรัชญา “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต (Be Excellent for Lives)”

อย่างไรก็ตาม ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ข้อมูลการใช้งบประมาณเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนในปี 2567 พบว่างบประมาณของทั้ง 3 กองทุนสุขภาพของประเทศ ถูกใช้ในการรักษาโรคมากกว่า 3.4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของงบประมาณแผ่นดิน นอกจากนั้นยังมีอัตราการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วมาก ประมาณร้อยละ 10 ต่อปีซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของ GDP ประเทศ เมื่อดูข้อมูลเชิงลึกจะพบว่าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 50 ถูกใช้ไปกับการซื้อยาที่มีราคาแพงขึ้น รวมถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูง ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ จึงเป็นจุดที่เราต้องหยุดคิดและมองดูว่านโยบายของรัฐแทนที่จะมุ่งไปด้านการรักษาพยาบาล ต้องมาดูเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้มากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส่วนใหญ่มาจากโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ซึ่งเหล่านี้เป็นภาระของระบบสุขภาพ

ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ถ้าเราสร้างเสริมสุขภาพได้ ค่าใช้จ่ายของรัฐก็จะลดลง และประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ทางด้านสุขภาพ รวมถึงคนในครอบครัว และในองค์กรที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนรัฐ เพราะคนในวัยทำงานเป็นเป้าหมายในการสร้างเสริมสุขภาพ ไม่ใช่รอให้อายุ 60 แล้วค่อยมาดูแลสุขภาพ จะช้าเกินไปเพราะโรคต่างๆ มันบ่มเพาะตั้งแต่เราอายุ 30 ปี ฉะนั้น หากไม่ปรับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพก็จะไม่ทันการณ์และจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายขององค์กรมากขึ้นในการดูแลพนักงาน ดังนั้น การสร้างนักสื่อสารสุขภาพจะช่วยลดปัญหาและลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้อย่างมาก