สิงคโปร์แบนบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน งัดมาตรการคุมเข้มเยาวชน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคม

4.09.25 | 19:17 น.

สิงคโปร์แบนบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน งัดมาตรการคุมเข้มเยาวชน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากสังคม

สำนักข่าว Channel News Asia ของสิงคโปร์รายงานความคิดเห็นที่หลากหลายของประชาชนชาวสิงคโปร์ต่อมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้มงวดขึ้น

อัลวิน ลัม ชายสิงคโปร์วัย 48 ปี คุณพ่อของลูกวัยมัธยม 2 คนกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ามาไกลจนถึงจุดที่ต้องใช้มาตรการรุนแรงในการจัดการ และผู้ปกครองมีความกังวลว่าโรงเรียนจะกลายเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย มากกว่าจะเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้

อัลวินเข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐบาล เขาตั้งคำถามถึงประสิทธิผลในระยะยาวของมาตรการเหล่านี้ เพราะการใช้มาตรการรุนแรงไม่ได้จัดการต้นเหตุที่แท้จริงว่าทำไมนักเรียนถึงเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ เช่น การทำการตลาดแบบเจาะจงเฉพาะกลุ่ม การใช้ตามเพื่อน หรือการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ และย้ำว่าสิงคโปร์ควรให้ความสำคัญกับการศึกษา ให้ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าให้มากขึ้น ไม่ใช่การลงโทษเพียงอย่างเดียว

แอรอน โก๊ะ พ่อของลูกชายวัย 17 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบัน Institute of Technical Education กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าสามารถหาซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ และแม้ว่าเขาจะเห็นด้วยกับมาตรการรุนแรงที่จะปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน แต่ยังมีช่องโหว่ที่เยาวชนจะใช้บุหรี่ไฟฟ้าข้างนอกโรงเรียน หรือแม้แต่ที่บ้าน ทำให้เครื่องตรวจจับโลหะ หรือการเฝ้าระวังในโรงเรียนอาจดูรุนแรงเกินกว่าเหตุ

Advertisement

ด้านนักเรียนก็ประหลาดใจกับมาตรการเข้มงวดนี้ บิเดเลีย ไล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วัย 15 ปี กล่าวว่า เธอจะไม่รายงานเพื่อนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพราะมันไม่ส่งผลอะไรกับเธอ ตราบใดที่ไม่มีกลิ่นรบกวนในชั้นเรียน เธอตั้งข้อสงสัยว่า การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นจะหยุดยั้งนักเรียนจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ทั้งหมดหรือไม่ หรืออาจกลายเป็นผลักดันให้นักเรียนปกปิดพฤติกรรมของตัวเองอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ลูคัส ชุง นักเรียนมัธยมศึกษาวัย 12 ปี กล่าวว่า นักเรียนบางคนเก็บบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในกระเป๋า เพื่อนำไปใช้ในห้องน้ำ และบางคนถูกจับได้ที่โรงเรียน หลังจากที่ครูเตือนนักเรียนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพ กฎหมาย และเห็นบทลงโทษกับผู้ที่ถูกจับ เพื่อนของเขาบางคนก็เลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้า
มาตรการเข้มงวดที่จะจัดการกับการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนของสิงคโปร์ สะท้อนความรุนแรงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน ซึ่งมาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของนโยบายเชิงปิดกั้นและปราบปราม ซึ่งต่างจากหลายประเทศในโลก เช่น นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ที่ดำเนินมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าด้วยกฎหมาย และให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่สังคม

ข้อมูลจาก ASH (Action on Smoking and Health) นิวซีแลนด์ ระบุว่าในช่วงแรกระหว่างปี 2021 – 2021 ที่บุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในนิวซีแลนด์ และไม่มีกฎหมายควบคุมใด ๆ ทำให้อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มถึง 20% จากนั้นประเทศใช้เวลากว่า 3 ปีในการออกกฎหมายควบคุม ส่งผลให้อัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็ลดเหลือ 14% และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ทางด้านองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาก็ให้คำแนะนำว่าควรเปิดโอกาสให้ผู้สูบบุหรี่ได้พิจารณาใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นทางเลือกในการเลิกบุหรี่ได้ในที่สุด ควบคู่กับการเข้มงวดเรื่องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ทุกชนิดในกลุ่มเยาวชนด้วย