สธ.-ยธ. บรรลุข้อตกลงแนวทางเยียวยา-ฟื้นฟูจิตใจผู้เสียหายจากเหตุความรุนแรงตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได้

8.09.25 | 13:53 น.

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานและสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจแก่ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยมี นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และ น.ส.เอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้ลงนาม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มุ่งยกระดับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและครอบคลุม ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มุ่งส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน จึงได้บูรณาการร่วมกันเพื่อให้ผู้เสียหายและพยานได้รับการเยียวยา ทั้งร่างกาย จิตใจ ตามสิทธิทางกฎหมาย ตั้งแต่การคัดกรองเบื้องต้น การรักษาพยาบาล การให้คำปรึกษา การฟื้นฟูบำบัดด้านจิตใจ การส่งต่อทีมสุขภาพจิตหากจำเป็น การคุ้มครองสิทธิการรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 และพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565

“ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการพัฒนาระบบบริการการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได้ตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีการแบ่งปันทรัพยากรและบุคคลเพื่อให้ได้รับการบริการด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติ ภายใต้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่ทั่วประเทศ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การที่ทุกฝ่ายร่วมให้การสนับสนุนเชิงวิชาการ ทั้งด้านการออกมาตรการ การวางระบบบริการ และแก้ไขปัญหาเชิงระบบสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นแบบอย่างของการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความห่วงใยในสุขภาวะของประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนอย่างรอบด้านและยั่งยืนในทุกมิติ

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้สนับสนุนให้ความช่วยเหลือในการวางแผนและพัฒนาระบบการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจแบบบูรณาการ สนับสนุนให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจัดระบบการประเมิน คัดกรอง วินิจฉัย รักษาและฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยอาศัยเครือข่ายในระดับพื้นที่ รวมถึงการรับส่งต่อจากกรมสุขภาพจิต กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกำกับดูแลสนับสนุนให้หน่วยบริการมีการจัดการเพื่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้อย่างเหมาะสม

Advertisement

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า กรมสุขภาพจิต จะสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในการวางแผนและพัฒนาระบบการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจ พัฒนาด้านวิชาการในการดูแล จัดระบบบริการเพื่อรองรับการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูทางด้านจิตใจฯ รวมถึง สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อให้คำปรึกษา พัฒนาแนวทาง การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจิตแก่ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ด้าน น.ส.เอมอร กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้สนับสนุนให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม คุ้มครอง และสร้างหลักประกันสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยจะให้คำปรึกษาและสนับสนุนวิชาการแก่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมสุขภาพจิต ในการวางระบบบริการ การออกแบบมาตรการ หรือการแก้ไขปัญหาของกลุ่มเป้าหมายอย่างรอบด้าน