บอร์ดสปส. เคาะเพิ่มสิทธิทำฟัน-ห้ามสถานพยาบาลเรียกเก็บเงินเพิ่ม คาดเริ่มใช้เร็วสุดต้นปี 69 ต่อเมื่อปรับเพดานค่าจ้าง คาดใช้งบ 300-500 ล้านบาท สร้างประโยชน์ให้ผู้ประกันตนกว่าแสนคน
เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จ. นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ ครั้งที่ 20/2568 โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาการแทนปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายราชการ ฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายนายจ้างเข้าร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากแหล่งข่าวในบอร์ดประกันสังคม ระบุว่า บรรยากาศระหว่างการประชุมเป็นไปอย่างเข้มข้น ซึ่งใช้ระยะการประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 13.00 น. เป็นระยะเวลากว่า 4 ชั่วโมง จึงจะได้ข้อสรุปการปรับปรุงสิทธิประโยชน์โดยกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนทุกคนได้มีมติเห็นชอบ

นางสาวบุปผา เรืองสุด เลขาธิการ สปส. เปิดเผยหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมฯ ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการการแพทย์กองทุนประกันสังคม (บอร์ดแพทย์) ให้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตนโดยปรับแนวทางการจ่าย เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการกรณีทันตกรรม ณ สถานพยาบาล คลินิกทันตกรรมได้อย่างสะดวก ดังนี้
1. กรณีผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการกรณีทันตกรรมที่สถานพยาบาลเอกชน
– คงอัตราอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน วงเงิน 900 บาท/คน/ปี และจัดให้มีการตรวจสุขภาพช่องปาก
– จ่ายเพิ่มค่าผ่าฟันคุด โรงพยาบาลที่ทำความตกลงห้ามเรียกเก็บเงินเพิ่ม

2. กรณีผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการกรณีทันตกรรมที่สถานพยาบาลรัฐ
– จัดให้มีการตรวจสุขภาพช่องปาก และรายการทันตกรรมอัตราจ่ายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โรงพยาบาลที่ทำความตกลงห้ามเรียกเก็บเงินเพิ่ม
– ปรับอัตราฟันเทียมถอดได้ และเพิ่มค่าซ่อมฟันเทียมรายครั้ง
– เพิ่มฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปาก สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งหมด ที่ทันตแพทย์พิจารณาแล้วว่า ไม่สามารถใส่ฟันเทียมวิธีปกติได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการประกันสังคมให้ดำเนินการปรับเพิ่มสิทธิดังกล่าวต่อเมื่อมีการปรับค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แล้ว

“ปัจจุบันสิทธิประโยชน์ทันตกรรมของสปส. ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการได้ในสถานพยาบาลหรือคลินิกทั้งรัฐและเอกชน ที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ รับบริการได้ทันที ไม่ต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าไม่ต้องสำรองจ่าย เพื่อรองรับการดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สำหรับการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในวันนี้นั้น จะเป็นการช่วยเหลือดูแล ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกันตน และช่วยให้สามารถเข้ารับบริการได้ครอบคลุมรายการทันตกรรมมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ” เลขาธิการ สปส. กล่าว
เลขาธิการ สปส. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ จะเร่งดำเนินการเตรียมออกประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้ หากดำเนินการออกประกาศแล้วเสร็จ สปส. จะทำการประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งแนวทางการเข้ารับบริการต่อไป
ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ที่ปรึกษาด้านการเงินการคลัง บอร์ดประกันสังคม กล่าวเสริมว่า ความพยายามในการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทัตกรรม เป็นเรื่องที่สปส. ได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่เนื่องจากการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นพอสมควร จึงต้องผูกกับรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากการปรับเพดานค่าจ้าง ซึ่งจะต้องมีการจ่ายเงินสมทบที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การจ่ายเงินสมทบที่เพิ่มขึ้น จะทำให้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นตาม
“บอร์ดประกันสังคมแต่ละฝ่าย ได้มีแนวทางอื่นๆ เพื่อเพิ่มสิทธิให้กับผู้ประกันตนด้วยเช่นกัน โดยขณะนี้กำลังศึกษาในเรื่องการปรับเงินบำนาญชราภาพสำหรับมาตรา 33 และ 39 ในรูปแบบสูตร Care ซึ่งจะทำให้ผู้ประกันตนได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการฝ่ายผู้ประกันตน บอร์ดประกันสังคม เปิดเผยว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก เนื่องจากมีข้อถกเถียงกรณีสิทธิทันตกรรมของประกันสังคม เมื่อเปรียบเทียบกับบัตรทองแล้ว อาจมีหลายส่วนที่ยังไม่ครอบคลุมเทียบเท่าบัตรทอง การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้อย่างเป็นรูปธรรมคือ การเพิ่มเติมการผ่าฟันคุด และการเข้ารักษารักษาในสถานพยาบาลของรัฐ ที่สิทธิบัตรทองได้ รวมถึงการรักษาโดยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับฟันก็จะสามารถรักษาได้ภายใต้การใช้สิทธิประกันสังคม ซึ่งในส่วนนี้ ฝ่ายวิจัยได้ทำข้อมูลออกมาว่า อาจจะใช้งบประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อปี
“แต่สิ่งเหล่านี้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนได้อย่างมหาศาล เวลาพูดถึงประกันสังคม ก็จะนึกถึงเรื่องเงินเด็ก เงินบำนาญ ซึ่งเป็นส่วนที่นานๆทีจะได้ใช้ แต่การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม มีผู้ประกันตนหลักล้านคนที่จะได้ใช้สิทธิในส่วนนี้ ขณะเดียวกัน ก็จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกันตนอีกจำนวนมาก จนถึงเป็นประโยชน์ต่อฝั่งนายจ้างในเรื่องสวัสดิการของผู้ประกันตนในช่วงหลากหลายอายุได้” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
ด้านนายมนตรี ฐิรโฆไท กรรมการฝ่ายนายจ้าง บอร์ดประกันสังคม กล่าวว่า ต้องขอบคุณบอร์ดแพทย์ฯ ที่ได้มีการพิจารณา และคณะอนุกรรมการฯ ที่ได้หารือกับทางทันตแพทยสภาในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ราว 300-500 ล้านบาทประกอบกับรายได้จากการปรับเพดานค่าจ้าง จะสามารถรองรับสิทธิประโยชน์ในส่วนได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนในการปรับเพดานค่าจ้างอยู่ในขั้นตอนไหน น.ส. บุปผา กล่าวว่า อยู่ระหว่างการนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านครม. จึงต้องรอ
นายษัษฐรัมย์ กล่าวเสริมว่า เรื่องการปรับเพดานค่าจ้างได้ผ่านมติบอร์ดประกันสังคมไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กระบวนการต่างๆจะต้องขึ้นอยู่กับครม. เนื่องจากทางสปส. ได้มีการสื่อสาร ผู้คนก็เริ่มมีความเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้นว่าการปรับเพดานเงินสมทบ จะทำให้สิทธิเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการว่างงาน ลาคลอด และบำนาญชราภาพ และคาดหวังว่า สูตรคำนวณบำนาญชราภาพสูตรใหม่ (สูตร Care) จะสามารถมีผลทันใช้ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ได้ ซึ่งมีผู้ประกันตนนับแสนคนรอใช้สิทธินี้
เมื่อถามว่า จะมีผู้ประกันตนจำนวนเท่าไหร่ที่จะได้รับการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า จากการพิจารณาแล้ว เฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิทันตกรรม มีประมาณ 4 ล้านคนต่อปีในวงเงิน 900 บาทแต่ใช้ได้ไม่ครบ บางรายการในสิทธิ อาจจะมีคนใช้ประมาณ 100 คนต่อปี แต่จากที่ประเมินแล้ว เชื่อว่าจะมีผู้ประกันตนที่ได้รับประโยชน์ประมาณหลักแสนคน
“สิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ก็จะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดการแสดงหาผลประโยชน์จากสิทธิประโยชน์จากภาคเอกชนต่างๆ เพื่อให้สิทธิเหล่านี้ส่งตรงถึงผู้ประกันตนให้ได้มากที่สุด” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมตามที่บอร์ดแพทย์เสนอ ได้แก่ 1. ตรวจ, อุดฟัน, ขูดหินปูน, ถอนฟัน ในวงเงิน 900 บาท (ตรวจสุขภาพช่องปาก และบันทึกข้อมูลสุขภาพช่องปากส่งประกันสังคม)
2. หากเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลรัฐ (จ่ายตามจริงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข) หากเข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลเอกชน ครอบคลุม 900 บาท
3. ผ่าฟันคุด แยกค่ารักษาผ่าฟันคุดออกมาจากสิทธิทันตกรรม 900 บาท โดยจ่ายไม่เกิน 1,500 บาท/ซี่ ส่วนกรณีเพิ่มการกรอกระดูกและฟัน จ่ายไม่เกิน 2,500 บาท/ซี่
4. รักษารากฟันเทียม ค่าผ่าตัด 17,500 บาท/ราย, ค่าติดตามรักษาปีละ 700 บาท/ราย และค่าอุปกรณ์ไม่เกิน 3,000 บาท
5. เพิ่มวงเงินฟันเทียมถอดได้บางส่วน-ถอดได้ทั้งปาก สูงสุด 6,000 บาท

