กรมน้ำจ่ายเงินอุดหนุนยูเอ็นเพิ่มปีละ 7 แสนบาท บางปูเพิ่มเตรียมประกาศเป็น Ramsar Site

10.09.25 | 11:18 น.

กรมน้ำเตรียมจ่ายเงินอุดหนุนยูเอ็นเพิ่มปีละ 7 แสนบาท ขอข้อมูลบางปูเพิ่มเตรียมประกาศเป็นRamsar Site

วันที่ 10 กันยายน นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน กรมทรัพยากรน้ำ จัดประชุมคณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ครั้งที่ 2/2568 โดย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดทส. เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ พร้อมด้วย นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำและคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ และรับทราบผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ 15 (Ramsar COP 15) พร้อมทั้งเห็นชอบให้เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

นายธีระชุณ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ได้พิจารณาผลการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ 15 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่ออนาคตร่วมกันของเรา (Protecting Wetlands for Our Common Future) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 – 31 กรกฎาคม 2568 มีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1. การประชุมระดับสูง (High – Level segment) ซึ่งมีการร่วมรับรองปฏิญญาวิกตอเรีย ฟอลล์ (Victoria Falls Declaration) ที่เป็นการเสริมสร้างกรอบนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ 2. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่ (Plenary Session) โดยมีมติที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการ ด้านประเด็นที่นำมาปรับใช้กับนโยบาย ด้านวิชาการ และด้านอื่น ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้อนุสัญญา

Advertisement

พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบข้อมติเรื่องการเงินและงบประมาณ ที่ประเทศไทยต้องจ่ายเงินอุดหนุนอนุสัญญาเพิ่มขึ้นตาม UN Scale สำหรับปี ค.ศ. 2026 – 2028 โดยประเทศไทยต้องจ่ายเงินอุดหนุน ให้แก่องค์การสหประชาชาติ จากเดิมประมาณ 6 แสนบาท ต่อปี เป็น 7 แสนบาท ต่อปี ซึ่งตนได้เสนอความเห็นไปแล้วว่าภายใต้ UN Scale ที่ประเทศไทยจะต้องจ่ายเงินเพิ่มนี้ เราจะได้รับสิทธิการดูแลอะไรเพิ่มเติมด้วยหรือไม่ และพิจารณาเห็นชอบให้นำผลการประชุมประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ 15 เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

นายธีระชุณ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการประชุมคณะทำงานวิชาการพื้นที่ชุ่มน้ำ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 และได้ติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานวิชาการพื้นที่ชุ่มน้ำ อาทิ การติดตามความคืบหน้าการหารือประเด็นข้อกฎหมายจากการประชุมคณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ครั้งที่ 1/2568 การติดตามความคืบหน้าการเสนอขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) ของประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงตอนล่าง และพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำบางปะกงตอนล่าง การติดตามผลการดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ปี 2567-2568

บางปู

“ความคืบหน้าในเรื่องนี้คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของพื้นที่บางปู ซึ่งน่าจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเตรียมประกาศเป็นแรมซา ไซต์ ส่วนพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงนั้น จะต้องเสนอเรื่องเสนอต่อครม.เพื่อประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติก่อน ซึ่งผมได้ให้เจ้าหน้าที่ทำเอกสาร เพื่อเตรียมเสนอเรื่องต่อครม.แล้ว สำหรับ พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำบางปะกงตอนล่าง นั้น ให้มีการสำรวจความคิดเห็นเพิ่มเติมจากประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงเรื่องสิทธิพึงมีที่ประชาชนจะได้รับภายหลังจากมีการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ”นายธีระชุณ กล่าว