ส.ส.ปชน.ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ เทกระทรวงแรงงานให้ พปชร. หวัง 4 เดือน รัฐบาลอนุทินใส่ใจค่าแรง

10.09.25 | 14:51 น.

ส.ส.ปชน.ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ เทกระทรวงแรงงานให้ พปชร. หวัง 4 เดือน รัฐบาลอนุทินใส่ใจค่าแรง

วันนี้ (10 กันยายน 2568) นายเซีย จำปาทอง สมาชิกผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และประธานเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ ในโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อโผ ครม. อนุทิน เริ่มนิ่ง กระทรวงแรงงานไม่ใช่กระทรวงในสายตาพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระทรวงที่น่าสนใจและอยู่ในสายตาตนและพรรคประชาชน เพราะพรรคประชาชนเข้าใจและให้ความสำคัญกับคนทำงานที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศและเป็นกำลังหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตได้เช่นทุกวันนี้

“ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานเคยเป็นกระทรวงที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทย เคยดำรงตำแหน่งเจ้ากระทรวง แต่จากโผ ครม. ล่าสุด นายอนุทินไม่เลือกกระทรวงแรงงานไว้ให้พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล แต่มอบหมายให้ น.ส. ตรีนุช เทียนทอง จากพรรคพลังประชารัฐ นั่งบริหารกระทรวงแรงงาน” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวอีกว่า ตนผิดหวังเล็กๆ เพราะคิดว่านายอนุทินอาจจะอาศัยช่วงเวลา 4 เดือน ในการบริหารงานนี้ ออกนโยบาย Quick Win เหมือนที่เตรียมปัดฝุ่นนโยบายคนละครึ่งของรัฐบาลยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและนโยบายค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศแบบไม่มีดอกจัน ก็เป็นนโยบายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างคะแนนนิยมได้เป็นอย่างดี แต่ตนคิดผิด

Advertisement

ส่วนกรณีตามโผ ครม.ของนายอนุทิน โดยมีรายชื่อ น.ส. ตรีนุช เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนต่อไปนั้น นายเซีย กล่าวว่า สำหรับ น.ส.ตรีนุช ประวัติไม่ปรากฏว่ามีความเชี่ยวชาญหรือเกี่ยวข้องด้านแรงงาน อย่างไรก็ตาม ตนจะติดตามการทำงานรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนใหม่อย่างใกล้ชิดว่า จะมีแนวนโยบายอะไรเพื่อพี่น้องแรงงานหรือไม่

“เพราะที่ผ่านมา สมัยนายพิพัฒน์จากพรรคภูมิใจไทย นั่งเป็นเจ้ากระทรวงก็แช่แข็งเรื่องค่าแรง ไม่เน้นการพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพของพี่น้องแรงงาน ปล่อยมีกลุ่มนายทุนปิดกิจการลอยแพลูกจ้างเป็นจำนวนมาก โดยที่กระทรวงแรงงานไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างความเดือดร้อนให้กับแรงงานเป็นจำนวนมากแม้นโยบายขึ้นค่าแรงไม่ใช่นโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และแม้การบริหารงาน 4 เดือนนี้จะสั้น แต่หากรัฐบาลนายอนุทิน จะมีความจริงใจและให้ความสำคัญกับพี่น้องคนทำงาน ก็สามารถกำหนดนโยบายเพื่อพี่น้องแรงงานได้ในฐานะนายกรัฐมนตรี เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศหรือแบบไม่มีดอกจัน ก็เป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องใส่ใจและให้ความสำคัญอย่างมาก” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาคนทำงานที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย  ปัญหาดูแลเยียวยาแรงงานที่ถูกนายจ้างปิดกิจการลอยแพ ปัญหาการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นต้น และตนหวังว่าจะปรากฏประเด็นต่างๆ ในร่างคำแถลงนโยบายของนายกฯ ที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล