กรมอุทยานฯ สั่งกักตัว 5 สิงโตทำร้ายคนเลี้ยง ห้ามสวนสัตว์ทั่วปท.นำสัตว์ดุร้ายถ่ายรูปกับนทท.

11.09.25 | 10:36 น.

กรมอุทยานฯ สั่งกักตัว 5 สิงโต ปรับพฤติกรรม ห้ามออกมาโชว์ตัว ห้ามสวนสัตว์นำเสือ-สิงโตมาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว เผยจำนวนสิงโตเลี้ยงในประเทศไทยเกินครึ่งพัน แปดริ้วเลี้ยงกันเยอะสุด 119 ตัว 


วันที่ 11 กันยายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์เสียชีวิตจากเหตุสิงโตทำร้ายในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์นั้น เบื้องต้นได้สั่งการให้พักการให้บริการซาฟารีโซนสัตว์ดุร้าย ของสวนสัตว์เป็นการชั่วคราว พร้อมสั่งให้สวนสัตว์เร่งจัดทำแผนมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

“กรมอุทยานฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์นี้อย่างเข้มงวด แม้สวนสัตว์จะได้รับอนุญาตให้เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กรมจะตรวจสอบว่าการครอบครองสิงโตจำนวน 32 ตัวที่เหลืออยู่เป็นไปตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 หรือไม่ และให้สวนสัตว์ส่งแผนมาตรการด้านความปลอดภัยมาพิจารณาภายใน 2 วัน นอกจากนี้ กรมจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสวนสัตว์เปิดอีก 5 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมที่ตรวจทุก 1-3 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน” นายอรรถพลกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า ในประเทศไทยเวลานี้ มีผู้เลี้ยงสิงโตจำนวนเท่าใด นายอรรถพลกล่าวว่า ตรวจสอบที่มาขึ้นทะเบียนกับกรมอุทยานฯพบว่า มีผู้เลี้ยงทั้งหมด 85 ราย เป็นจำนวนสิงโตทั้งหมด 620 ตัว ในจำนวนนี้ เป็นสิงโตที่เลี้ยงในสวนสัตว์ 75 ราย โดยเป็นบุคคลทั่วไป ที่เพาะพันธุ์สิงโต 75 ราย เป็นสวนสัตว์ 10 แห่ง ในจำนวนนี้พบว่า ที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้เลี้ยงมากที่สุดคือ 119 ตัว

“ทั้งหมด ต้องมาขึ้นทะเบียนกับอุทยาน และเจ้าหน้าที่ของกรมจะต้องไปตรวจสอบคุณสมบัติผู้เลี้ยง และสถานที่ เช่น ต้องมีกรงเลี้ยงที่แข็งแรงพอ และต้องอยู่ห่างจากบ้านประชาชน ไม่ใช่เอามาเลี้ยงในบ้าน ซึ่งเวลานี้ ผมสั่งการไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่งแล้ว ให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสถานที่ และสถานที่รวมทั้งบุคคลจะต้องมีการซ้อมเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่อุทยานดูจนกว่าจะผ่าน และต้องทำทุกเดือน” นายอรรถพลกล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า สำหรับสิงโตทั้ง 5 ตัว ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ของซาฟารีเวิลด์นั้น จะต้องถูกกักพื้นที่ เพื่อปรับพฤติกรรมก่อน ห้ามออกมาในที่เปิด เพราะถือว่าทั้ง 5 ตัวนั้นมีพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์แล้ว หากปล่อยไว้ จะเกิดเป็นความเคยชิน ทำร้ายนักท่องเที่ยว

“จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ผมจะไปคุยกับผู้บริหารของสวนสัตว์ โดยเฉพาะทางสวนสัตว์เปิดที่มีโซนแสดงสัตว์ดุร้าย ทั้งเสือ สิงโต และช้าง โดยเฉพาะ การปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปด้วย ที่ผ่านมา สั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องการเข้าไปถ่ายรูปแบบใกล้ชิด แต่ก็ยังมีการทำกัน อย่าลืมว่า สิ่งที่เราควบคุมสัตว์เหล่านั้นไม่ได้เลย คือ อารมณ์และความรู้สึก เราไม่รู้ว่าตอนไหนที่เขามีอารมณ์แบบไหน ปล่อยสัญชาตญาณป่าออกมาเมื่อใด” นายอรรถพลกล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา สวนสัตว์แห่งหนึ่ง ปล่อยให้นักท่องเที่ยวจูงเสือถ่ายรูป แล้วโดนเสือตะปบ ได้รับบาดเจ็บ นี่เป็นอุทาหรณ์ว่า ไม่ควรไว้ใจสัตว์ป่า ไม่ว่าชนิดใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่า

“แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเอง ผมสั่งเด็ดขาด อย่าประมาท เมื่อต้องทำงานกับสัตว์ป่า เช่น ช้าง ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยควบคุม กรณีช้างเข้าใกล้ชุมชน แม้จะใกล้ชิด คุ้นเคย อย่างไรก็ไม่ควรเข้าใกล้ ให้อยู่ห่างในระยะที่ปลอดภัย และทำงานได้เท่านั้น

นายอรรถพลกล่าวว่า กรณีสิงโตที่ซาฟารีเวิลด์นั้น ตนเห็นว่า เป็นความบกพร่องในเรื่องแผนการซ้อม มองข้ามมาตรการความปลอดภัย ซึ่งนับจากนี้ ทางสวนสัตว์ต้องทำแผนมาตรการความปลอดภัยใหม่ให้กรมอุทยานฯดู ว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ หากไม่เพียงพอก็ไม่ผ่าน ยังไม่ให้เปิดสำหรับโซนนี้ ต้องดำเนินการจนกว่าจะผ่าน

เมื่อถามว่า เวลานี้ประเทศไทย มีสวนสัตว์เปิด ที่แสดงตัวสัตว์อันตรายกี่แห่ง นายอรรถพลกล่าวว่า มี 5 แห่ง คือ ที่กรุงเทพฯ 1 แห่ง ชลบุรี 2 แห่ง กาญจนบุรี 1 แห่ง และภูเก็ต 1 แห่ง ทั้งหมดจะต้องถูกตรวจสอบเรื่องมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ดูแลใหม่ทั้งหมด