สธ.ตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนฯ อุบลราชธานี รับมือปัญหาสุขภาพ

15.09.25 | 14:33 น.

สธ.ตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนฯ อุบลราชธานี รับมือปัญหาสุขภาพ

วันนี้ (15 กันยายน 2568) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนและพื้นที่เฉพาะ เขตสุขภาพที่ 10 อุบลราชธานี พร้อมเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการของศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ โรงพยาบาล (รพ.) สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

โดยมี พญ.อุไรวรรณ จำนรรจ์สิริ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 นพ.ธีระพงษ์ แก้วภมร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) อุบลราชธานี นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ บุคลากรด้านสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานสาธารณสุขชายแดนในเขตสุขภาพที่ 10 ระดับจังหวัด อำเภอ และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 250 คน ร่วมงาน

Advertisement

นพ.โอภาส กล่าวว่า สธ.มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนและพื้นที่เฉพาะ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ฝึกอบรม วิจัย ซึ่งจะช่วยพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ช่วยแก้ปัญหาทางสาธารณสุขในระยะยาว โดยในส่วนของเขตสุขภาพที่ 10 มีชายแดนติดต่อทั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา มีทั้งด่านสะพาน ด่านท่าเรือ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนทางการค้า และช่องทางธรรมชาติ ทำให้มีการเคลื่อนย้ายของประชากรระหว่างประเทศจำนวนมาก ทั้งการเข้ามาตามกฎหมายและลักลอบเข้าเมือง ซึ่งเมื่อเจ็บป่วยจะเข้ารับบริการในสถานบริการสาธารณสุขตามแนวชายแดนไทย จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในพื้นที่

ด้าน นพ.ธีระพงษ์ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนและพื้นที่เฉพาะ เขตสุขภาพที่ 10 จัดตั้งโดยความร่วมมือของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุบลราชธานี รพ.สรรพสิทธิประสงค์ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาล หน่วยบริการสาธารณสุข ศูนย์วิชาการ สถาบันการศึกษา องค์กรภาคเอกชนในพื้นที่ และองค์กรต่างประเทศ นอกจากการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพข้ามแดนในทุกช่องทาง ประสานความร่วมมือด้านสุขภาพ และพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยข้ามแดนตามมาตรฐานสากล ยังจัดการอบรมให้กับบุคลากรทางการแพทย์ผ่านองค์ความรู้ 5 หลักสูตร คือ 1.ยุทธศาสตร์การทูต กฎหมายและสิทธิทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขชายแดน/ประเด็นกฎหมายและสิทธิการแพทย์และสาธารณสุขชายแดน 2.การรับ-ส่งต่อผู้ป่วย (Interfacility transfer) 3.อนามัยแม่และเด็ก ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขชายแดน 4.แรงงานต่างด้าว ภาษา วัฒนธรรม และพฤติกรรมสุขภาพ กับระบบบริการที่เป็นมิตร และ 5.โรคติดต่อชายแดน เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ต่อไป