ไทยถกความร่วมมือสุขภาพ ‘จีน-อาเซียน’ หนุนวิจัยยา จับมือ ‘กว่างซีจ้วง’ รุกการแพทย์ดั้งเดิม
วันนี้ (18 กันยายน 2568) นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน สธ. เข้าร่วมการประชุม 5th China – ASEAN Forum on Health Cooperation : Towards a Health Silk Road ระหว่างวันที่ 15 – 16 กันยายน 2568 ณ เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ “Health for common development: In the age of Digital Intelligence” โดยมี H.E.Shen Hongbing รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสำหรับการหารือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือและการพัฒนาด้านสุขภาพในระดับภูมิภาค โดยช่วงวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา มีการประชุม Courtesy meeting และหารือกับผู้บริหารระดับสูงจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เกี่ยวกับการดำเนินความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างไทยกับจีนในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นการแพทย์ดั้งเดิม การแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย และพืชสมุนไพร

นพ.พงศธร กล่าวว่า ส่วนวันที่ 16 กันยายน เป็นการประชุม 5th China – ASEAN Forum on Health Cooperation : Towards a Health Silk Road โดยมี H.E. Sui Guohua รองผู้ว่าเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นประธานการประชุม และมีการกล่าวถ้อยแถลงและกล่าวผ่านบันทึกวีดิโอของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศอาเซียน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา อินโดนีเซีย ติมอร์-เลสเต บรูไนฯ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนประเทศไทย ตนได้เป็นตัวแทนรัฐมนตรีว่าการ สธ.ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในช่วง Opening Ceremony and Plenary session ชื่นชมการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างอาเซียนและจีน รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานจากกองทุน ASEAN – China Cooperation Fund โดยเฉพาะประเด็นความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Vaccine Security and Self-Reliance: AVSSR) การแพทย์ดั้งเดิมและการแพทย์ทางเลือก พร้อมทั้งแสดงเจตนารมณ์ของไทยที่จะสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างอาเซียนและจีนอย่างต่อเนื่อง
รองปลัด สธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการเปิดศูนย์ China – ASEAN Healthcare Cooperation Center (Guangxi) โดยเป็นศูนย์ความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างจีนและอาเซียนแห่งแรกในเขตการปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งสามารถให้บริการด้านสุขภาพได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมภูมิถึงตติยภูมิ และติดตามเยี่ยมชมการจัดการบริการด้านสุขภาพของศูนย์ดังกล่าว

“สุดท้ายยังมีการประชุมย่อย (Sub-forum) ในหัวข้อ Health Industry Development โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และหารือเกี่ยวกับนวัตกรรมการวิจัย การพัฒนายาและการผลิตในพื้นที่ รวมถึงนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญ และไทยยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนและจีนในเรื่องนี้ เพื่อร่วมกันจัดการกับปัญหาด้านสาธารณสุขที่เผชิญร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นพ.พงศธร กล่าว

