วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง กรมน้ำรับ โลกไม่เหมือนเดิม ชวนร่วมดูแลคืนชีวิตระบบนิเวศเมือง
วันที่ 20 กันยายน นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันอนุรักษ์
และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย นางสาวบุญธิดา เปล่งแสง ผู้อำนวยการ
กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (กอน.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ
ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จไนวนกว่า 500 คน เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนวัดบางระโหง (ภิรมย์ศิริ) และ
วัดบางระโหง ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด “คืนชีวิตสายน้ำ สร้างสรรค์ ชุมชนยั่งยืน” มุ่งเน้นให้ประชาชนรู้คุณค่า ร่วมปกป้อง สร้างแรงขับเคลื่อนในการอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง

นายธีระชุณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2537 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคเพื่อทรงตรวจสภาพคลองแสนแสบ และเยี่ยมประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลอง ตั้งแต่กรุงเทพมหานครจนถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นระยะทางกว่า 72 กิโลเมตร มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2544 เห็นชอบให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” และในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568 นี้ยังถือเป็นวาระพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรจึงนับเป็นโอกาสอันดีในการรวมพลังเพื่อร่วมกันเทิดพระเกียรติและแสดงเจตจำนงในการดูแลรักษาแม่น้ำลำคลอง เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำ คู คลอง ให้มีสภาพสมบูรณ์

นายธีระชุณ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้ดำเนินการจัดงานวันอนุรักษ์และ พัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ อย่างต่อเนื่องในทุกปี สำหรับการจัดงานในปีนี้ได้เลือกพื้นที่บริเวณคลองอ้อมนนท์ ซึ่งเป็นสายน้ำที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชาวนนทบุรี เปรียบเสมือนสายน้ำแห่ง
ความผูกพันที่เชื่อมโยงผู้คน วัด โรงเรียน และชุมชนเข้าด้วยกันมาอย่างยาวนาน จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึง
ความสำคัญของการรักษาสายน้ำในท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนภาพรวมของการดูแลแม่น้ำ คู คลองทั่วประเทศ
กรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1-11 ได้จัดกิจกรรมวันอนุรักษ์แม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ
จำนวน 31 แห่งทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและมีส่วนร่วมใน
การอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นที่การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำเห็นคุณค่าของน้ำสะอาดและร่วมมือกันดูแลรักษาแหล่งน้ำให้กลับมามีชีวิตชีวา อันจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วม และสร้างความมั่นคงทางน้ำให้กับประเทศในระยะยาว
นายธีระชุณ กล่าวว่า ในฐานะที่บ้านเรา มีแม่น้ำเป็นสายเลือดเป็นเส้นหลัก ในส่วนที่เราใช้ประโยชน์จากเขาเป็นเส้นหลัก เรามีโอกาสในการดูแลรักษา ได้ทำให้ระบบนิเวศ ระบบของลำน้ำดี กิจกรรมต่างๆที่ลงไป ไม่ว่าจะเป็นการประกวด เพื่อให้พี่น้อง นำเสนอในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเขา สามารถนำไปพัฒนาต่อยอด ในวันนี้ที่เขาถ่ายรูป สื่อความหมาย จะเป็นการปลูกจิตสำนึก และไปขยายผล ซึ่งก็คาดหวังว่า โซน นนทบุรี ซึ่งมีแม่น้ำจำนวนมาก และในขณะเดียวกันในการใช้ประโยชน์แม่น้ำคูคลอง เป็นสิ่งที่เป็นผลกระทบ ก็ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเครือข่ายภาครัฐภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชนทั้งหลายนะครับ ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการอนุรักษ์ เริ่มทำที่ตัวเรา เพื่อทำให้แม่น้ำคูคลอง มีสภาพแม่น้ำที่ดี มีประโยชน์ต่อสังคมแวดล้อม ก็สามารถขยายโอกาสในการทำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
นายธีระชุณ กล่าวว่า ในเรื่องของน้ำดีและน้ำเสียคำมันต่างกันนิดเดียว แต่ พอเป็นน้ำเสีย เรื่องผลกระทบที่มหาศาล ถ้าหากเรามีการเริ่มต้นที่ดี จากคน จากครัวเรือนจากชุมชน เริ่มที่จิตสำนึกโดย รัฐก็มีระบบในการรองรับ สิ่งที่มันเกินจากความสามารถ กำจัดได้ส่วนหนึ่ง มันจะทำให้ การปล่อยน้ำเสีย ในชุมชนจะลดลง แต่ในขณะเดียวกัน ในส่วนของการปล่อย ก็ต้องมาช่วยกันดูแล ในส่วนของการบำบัด รวมถึงในส่วนที่ทำให้ ตัวระบบนิเวศที่ทำให้มีน้ำใส ก็จะ เป็นเหมือนอย่างที่เราเห็นในวันวาน ในภาพลักษณ์ประเทศไทยในอดีต

นายธีระชุณ กล่าวว่า ในเรื่องของสภาวะอากาศ ต้องพูดว่าวันนี้โลกมันไม่เหมือนเดิม ในสิ่งที่เราต้องตั้งรับปรับตัว ซึ่ง กรมทรัพยากรน้ำก็เป็นหน่วยงาน ดูแลเรื่องน้ำ ในช่วงที่พายุเข้า 3 ลูกที่ผ่านมา ผลกระทบส่วนหนึ่งอาจจะไม่ใช่โดยตรง แต่ในส่วนหนึ่ง เส้นน้ำของเรา มันลงแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะฉะนั้นในการระบาย ปริมาณการระบายจาก การควบคุมของเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมันจะเป็นผลกระทบ กับในส่วนที่พื้นที่ราบลุ่มในโซนภาคกลางและนนทบุรี ด้วย ซึ่งประกอบ กับกรมทรัพยากรน้ำเอง ทั้งในเรื่องของการเก็บฐานข้อมูลน้ำ เพื่อส่งให้สำนักทรัพยากรน้ำ รายงาน ทุกเช้า จะมอนิเตอร์ตัวสถานการณ์ว่า ในวันนี้ในภาพรวมของ ของหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง พวกกรมน้ำกรมชลประทาน ทุกหน่วยงานทำหน้าที่ ส่งข้อมูลเพื่อประเมินสถานการณ์ นำไปสู่กระบวนการการตัดสินใจ ในการบริหารจัดการน้ำที่ เหมาะสม ถูกต้อง รวมถึงสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ได้มีการจัดตั้ง ทีมส่วนหน้าในการเวลาเกิดเหตุ จะเป็นส่วนหนึ่งในภาคี ในการ ปฏิบัติงานครับ อันนี้ก็นำเรียนว่า เราต้องประกาศ และเป็นกระบวนการในการลดผลกระทบ นนทบุรีเองก็คาดหวังว่า จะไม่ถูกน้ำท่วม
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 1) การเสวนา หัวข้อ “คืนชีวิตสายน้ำ สร้างสรรค์ชุมชนยั่งยืน”
2) การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
ราชกุมารี นิทรรศการอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง และนิทรรศการจากหน่วยงานร่วมจัด 3) การมอบรางวัลประกวดภาพถ่าย “SNAP FOR CHANGE : แม่น้ำของเรา, โลกของเรา” 4) กิจกรรมจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์ วัดบางระโหง ได้แก่ พายเรือเก็บขยะ ปล่อยลูกบอลจุลินทรีย์ (EM ball) เทน้ำหมักชีวภาพ และ 5) กีฬาอนุรักษ์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พายเรือหัวใบ้ท้ายบอด พายเรือบนกระทะ ชักเย่อเรือ และหมาเน่าลอยน้ำ

