โฆษก สธ. ห่วง! ฆ่าตัวตายเลียนแบบ แนะห้างเทรนบุคลากร สอดส่องเหตุเสี่ยง
วันนี้ (21 กันยายน 2568) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการพลัดตกจากที่สูง ที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์พลัดตกจากอาคารหลายเหตุเกิดจากการทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาทางสุขภาพจิตที่ยังไม่สามารถสอบสวนถึงแรงจูงใจได้ กรมสุขภาพจิตและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์เหตุและผลของแรงจูงใจ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้อาจจะประเมินเบื้องต้นได้ว่า เป็นการฆ่าตัวตายเลียนแบบ (copycat Suicide) ที่มีการศึกษากันมานานแล้ว ส่วนใหญ่เหตุการณ์ฆ่าตัวตายเลียนแบบจะมีความสอดคล้องกับผู้ที่มีชื่อเสียง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องของสถานที่เกิดเหตุที่เป็นข่าวดังมาก่อนหน้านี้ทำให้เกิดการเลียนแบบได้ นอกจากนั้นยังสัมพันธ์กับลักษณะบุคคล เช่น เพศเดียวกัน อายุเท่ากัน อาชีพเหมือนกัน แรงจูงใจเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อสรุปเป็นรายงานต่อไป
นพ.วรตม์ กล่าวว่า กรณีเรื่องของการพลัดตกจากที่สูง จะต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างระบบเฝ้าระวัง ซึ่งจะต้องมีการเทียบอัตราการเกิดเหตุในช่วงเดียวกันของแต่ละปี รวมถึงวิเคราะห์เหตุเกิดซ้ำว่ามีลักษณะเกิดในรูปแบบใดบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำควบคู่กับการสอบสวนถึงแรงจูงใจด้วย
โฆษก สธ. กล่าวว่า ในเรื่องของการเฝ้าระวังภายในสถานที่ต่างๆ นั้น อาจทำได้ยาก เนื่องจากไม่ได้เป็นคนใกล้ตัวกันจริงๆ ดังนั้นอยากให้โฟกัสไปในเรื่องของการเฝ้าระวังในครอบครัว คนใกล้ตัวที่ต้องสังเกตสิ่งที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการโพสต์ข้อมูลลงในโซเชียลมีเดีย การบอกเป็นนัย การฝากฝังคนใกล้ตัว ล้วนเป็นสัญญาณของการทำร้ายตัวเอง ดังนั้น คนใกล้ตัว เพื่อนร่วมงาน และครอบครัวจะต้องสังเกตสัญญาณเหล่านี้ให้ได้ ส่วนคำแนะนำในสถานที่สาธารณะต่างๆ รวมถึงห้างสรรพสินค้า จะต้องมีการอบรมบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัย บุคลากรเจ้าหน้าที่ แม่บ้านทำความสะอาด ให้สังเกตลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ถ้าเริ่มมีผู้ที่เดินวนไป วนมา มีอาการหดหู่ บางคนอาจจะร้องไห้ ดูสับสน ก็ขอให้เข้าไปแสดงความช่วยเหลือ เช่น มีอะไรที่เราพอจะช่วยได้บ้างหรือไม่ มีสิ่งที่คุณอยากจะพูดให้เราฟังหรือไม่ หรือวันนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรไม่ให้เขาทำร้ายตัวเองได้สำเร็จ
“ปัจจุบันเรื่องของสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่เปิดกว้างแล้ว ในหลายสถานที่ก็ได้มีการรณรงค์ป้องกันเรื่องนี้ คำแนะนำสำหรับห้างสรรพสินค้า ที่อาจเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ ก็อาจจะมีแคมเปญด้านสุขภาพจิตออกมา เช่นการติดป้ายช่องทางการเข้าถึงระบบช่วยเหลือสุขภาพจิต” นพ.วรตม์ กล่าวและว่า กรมสุขภาพจิตได้เปิดช่องทางในการรับฟังปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะสายด่วนสุขภาพจิต 1323 นอกจากนั้น ยังมีการอบรมหลักสูตร Mind First Aid หรือ การปฐมพยาบาลด้านสุขภาพจิต คือการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ที่กำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต เพื่อให้พวกเขาได้รับการสนับสนุนจนกว่าจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

