สคร.9 พัฒนานวัตกรรม Drown WATCH ลดอัตราตายจากการ ‘จมน้ำ’ ได้เกือบ 50%
วันนี้ (22 กันยายน 2568) นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.นครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) พัฒนานวัตกรรม Drown WATCH ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ วิเคราะห์พื้นที่แจ้งเตือนความเสี่ยง และใช้กลไกชุมชน ติดตั้งป้ายแจ้งเตือน จัดอุปกรณ์ช่วยชีวิตในแหล่งน้ำเสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังเพื่อช่วยเหลือให้ทันในช่วง เวลาทอง (Golden Hour) ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำลดลงจากร้อยละ 100 เหลือร้อยละ 57.1

นพ.ทวีชัย กล่าวว่า 4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 9 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ มีอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 8.80 ต่อแสนประชากร เนื่องจากเข้าช่วยชีวิตในช่วงเวลาทองไม่ทันเวลา คือ 4 นาทีก่อนสมองขาดออกซิเจน และ 8 นาทีหลังรับแจ้งเหตุ

จึงได้ร่วมกับ นายมนัสพงษ์ มาลา และคณะ พัฒนานวัตกรรม Drown WATCH ติดตาม วิเคราะห์ และแจ้งเตือนความเสี่ยง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตในแหล่งน้ำเสี่ยงโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน และระบบเฝ้าระวังเพื่อช่วยเหลือได้ทันช่วงเวลาทอง

นพ.ทวีชัย กล่าวว่า กระบวนการพัฒนานวัตกรรม Drown WATCH 1.วิเคราะห์ปัญหาจมน้ำผ่านกลุ่มสนทนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พบปัญหาหลัก คือ ช่วยเหลือไม่ทันในช่วงเวลาทอง เนื่องจากอยู่ไกลโรงพยาบาล ขาดอุปกรณ์ช่วยชีวิต และไม่มีป้ายแจ้งเตือน 2.วิเคราะห์เชิงพื้นที่ พบว่า มีแหล่งน้ำเพียงร้อยละ 28.1 ที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันในช่วงเวลาทอง 3.ระดมแนวคิดเพื่อออกแบบระบบเฝ้าระวังแหล่งน้ำเสี่ยงและอุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีติดตามและจัดการความเสี่ยง 4.พัฒนานวัตกรรม Drown WATCH ประกอบด้วย ระบบ GPS และการวิเคราะห์เชิงพื้นที่, Drown WATCH Package ได้แก่ ป้ายเตือน อุปกรณ์ช่วยชีวิต และระบบเฝ้าระวังชุมชน, กลไกชุมชน ผ่านหน่วยปฏิบัติการ Drown WATCH และ 5.ทดสอบความเหมาะสมของนวัตกรรมกับผู้เชี่ยวชาญ

“จากการนำร่องใช้นวัตกรรมในอำเภอที่มีอัตราการจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ย 5 ปีในระดับสูง พบว่า สามารถช่วยลดจำนวนแหล่งน้ำเสี่ยงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ อ.วังน้ำเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเสี่ยงสูง และมีการติดตั้งมาตรการความปลอดภัยต่างๆ เช่น ป้ายแจ้งเตือน อุปกรณ์ช่วยชีวิต และระบบเฝ้าระวัง เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกตำบล ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการจมน้ำ อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของเหตุการณ์จมน้ำได้ โดยอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนเหตุการณ์จมน้ำลดลงเกือบครึ่ง จากร้อยละ 100 ในปี 2566 เหลือร้อยละ 57.1 ในปี 2567” นพ.ทวีชัย กล่าว

