สธ.เพิ่มรายรับ-สร้างรายได้-ยกระดับบริการ หนุนประกันสุขภาพเอกชนนำร่อง35รพ.สังกัดทั่วปท.
วันนี้ (24 กันยายน 2568) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัด สธ.เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “เพิ่มรายรับ สร้างรายได้ ยกระดับบริการ” แก่หน่วยบริการในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับระบบประกันสุขภาพเอกชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเสริมสร้างความยั่งยืนทางการเงินการคลังของหน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยไม่กระทบสิทธิของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพอื่น โดยประชาชนที่ถือประกันสุขภาพเอกชนสามารถเลือกใช้บริการในโรงพยาบาลรัฐ พร้อมเข้าสู่ระบบเบิกจ่ายที่โปร่งใส และนำรายได้เหล่านี้กลับมาพัฒนาระบบบริการให้ดียิ่งขึ้น

นพ.พงศธร กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวประกอบด้วย 5 กลไกสำคัญ ได้แก่ 1.ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับชาติและระดับพื้นที่ เพื่อวางยุทธศาสตร์ ทิศทาง และกลไกกำกับติดตามแบบบูรณาการ โดยมีตัวแทนจากกรมต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นภาคี 2.พัฒนาพื้นที่บริการเฉพาะผู้ถือประกันสุขภาพเอกชน ออกแบบพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสม ทันสมัย สะดวก และเสริมภาพลักษณ์โรงพยาบาลคุณภาพ ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้ใช้บริการกลุ่มนี้ 3.ใช้ระบบลงทะเบียนล่วงหน้า/คิวอิเล็กทรอนิกส์ (Smart Queue) พัฒนาผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับข้อมูลการนัดหมายของผู้ป่วยถือประกันเอกชน 4.ใช้ระบบ iClaim เชื่อมบริษัทประกันสุขภาพ เพื่อให้การเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเป็นระบบ แม่นยำ และโปร่งใส ลดภาระงานเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย และ 5.จัดทำแบบ ฟอร์มสำหรับแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิประกัน และรายงานค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการข้อมูลรายได้จากระบบประกันเอกชน

รองปลัด สธ. กล่าวว่า ปัจจุบัน (ร่าง) ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการจัดบริการคลินิกพิเศษประกันสุขภาพภาคสมัครใจ พ.ศ.2568 อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อเป็นกรอบทางกฎหมายในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมกันนี้ สธ.ได้จัดทำแบบตรวจสอบ (Checklist) ให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศใช้ประเมินความพร้อมเบื้องต้น และสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมเป็นโรงพยาบาลนำร่องได้ทันที ซึ่งในระยะแรก มีโรงพยาบาลสนใจเข้าร่วมแล้ว 35 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ สะท้อนความพร้อมของระบบบริการภาครัฐในการเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และมุ่งสู่ระบบสุขภาพที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

“เราต้องการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดสามารถสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางการเงิน และการให้บริการประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งนโยบายนี้ไม่ใช่ ทางเลือก แต่คือ โอกาสใหม่ ของระบบสุขภาพไทยในการก้าวสู่ระบบที่มีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และตอบโจทย์ประชาชนยุคใหม่มากขึ้น” นพ.พงศธร กล่าว

