สภาลูกจ้างฯ นำทัพบุกก.แรงงาน ยื่นหนังสือ ‘ตรีนุช’ รมว.แรงงานคนใหม่ หารือกระทรวงพลังงาน กังวลแรงงานไทยนับหมื่นถูกเลิกจ้าง หลังบริษัทต่างชาติชนะการประมูลโครงการก่อสร้างแท่นหลุมผลิตฯ ของ ปตท.สผ.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 กันยายน ที่กระทรวงแรงงาน นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย นำสมาชิกสหภาพแรงงานสังกัดสภาฯ และคนงานไทยที่ทำงานก่อสร้างแท่นหลุมผลิต (ปิโตรเลียม) จำนวน 50 คนจาก 14 บริษัท ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และฉะเชิงเทรา ที่รับงานก่อสร้างแท่นหลุมผลิตฯ ให้บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เดินทางมายื่นหนังสือ ถึง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กรณีแรงงานไทยได้รับผลกระทบจากการประมูลงานของบริษัท ปตท.สผ. หลังบริษัทต่างชาติชนะการประมูล ทำให้ต้องมีการผลิตและใช้คนงานในต่างประเทศ ซึ่งกระทบต่อการจ้างงานของคนไทย

นายมนัสกล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนความเดือดร้อนจากสมาชิกสหภาพแรงงานสังกัดสภาฯ รวมถึงคนงานที่ทำงานก่อสร้างแท่นหลุมผลิตฯ จากกรณีบริษัท ปตท.สผ. ได้เชิญชวนบริษัทเอกชนในประเทศไทย และเชิญผู้เข้าร่วมประมูลจากต่างประเทศการประมูล คือ โครงการบันเดิ้ล 4 สำหรับแท่นหลุมผลิตและท่อส่งก๊าซ มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งปรากฏว่า เงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์การประมูลบางประการเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทต่างชาติ กล่าวคือ บริษัทในจีนชนะการประมูล จึงนำกระบวนการผลิตโครงการดังกล่าวไปดำเนินการที่จีนและใช้คนงานชาวจีน ทำให้แรงงานก่อสร้างชาวไทยเป็นลูกจ้างของบริษัทที่รับงานจาก บริษัท ปตท.สผ. ซึ่งอยู่หน้างานตรงแท่นผลิตฯ จำนวนราว 2,800 คนได้รับผลกระทบโดยตรง รวมไปถึงห่วงโซ่ผู้รับเหมา บริษัทขนส่ง ผู้รับผลิตชิ้นส่วน และส่วนอื่นๆ รวมราวกว่า 10,000 คนที่อาจจะได้รับผลกระทบการเลิกจ้าง

“ผมในฐานะที่เป็นประธานสภาฯ ซึ่งดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ได้มีการประชุมกับคณะกรรมการของสภาฯ และได้มีมติเดินทางมายังกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ทางกระทรวงแรงงานช่วยประสานไปยังกระทรวงพลังงานที่กำกับดูแลบริษัท ปตท.สผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างในภาคธุรกิจก่อสร้างแท่นหลุมผลิตฯ รวมถึงการชะลอการดำเนินการโครงการดังกล่าว ในช่วงเวลา 4 เดือนนี้ และมาตรการให้ภาครัฐไม่อนุญาตให้บริษัทจากต่างประเทศ นำงานที่ประมูลได้ออกไปผลิตนอกประเทศ” นายมนัสกล่าว
นายมนัสกล่าวต่อว่า ครั้งนี้มีสัญญาณมาว่าจะนำงานที่ประมูลออกไปผลิตนอกประเทศ และใช้คนงานจากต่างประเทศในการผลิต ซึ่งทำให้ช่างเชื่อม ช่างประกอบ ที่มีศักยภาพและทักษะฝีมือของไทยตกงานทันที ทักษะที่มีอยู่จะลดลงตาม ดังนั้น จึงต้องรักษาแรงงานที่มีฝีมือไว้ในประเทศไทยเรา โดยย้ำว่า ถ้าไปต่างประเทศ เขาจ้างบุคลากรของเขา แรงงานที่มีฝีมือของไทยก็จะตกงานทันที ถ้าตกงานไม่ได้เป็นเดือน แต่เป็นปี แล้วแรงงานกลุ่มนี้จะไปอยู่ไหน

ขณะที่นายนัฐพล วงศ์สุภา ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้แรงงานในอุตสาหกรรม Oil and Gas ตั้งคำถามว่า เหตุใดบริษัทไทย จึงไม่จ้างบริษัทที่ตั้งอยู่ในไทยทำงานนี้ แต่กลับจ้างบริษัทที่มีฐานผลิตอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับแรงงานไทยในอุตสาหกรรมนี้ และไม่ใช่ผลกระทบจะตกอยู่แค่แรงงานกลุ่มนี้ แต่ยังบานปลายไปถึงครอบครัวที่พวกเขาต้องรับผิดชอบ
“ทรัพยากรของเรา บ่อก๊าซ บ่อน้ำมันที่อยู่ในบ้านเรา ทำไมผู้ที่เกี่ยวข้องถึงให้ต่างชาติเข้ามาได้รับประโยชน์ส่วนนี้ แทนที่จะเห็นประโยชน์ส่วนนี้ให้มันเกิดกับคนไทย ธรรมาภิบาลของรัฐบาลในการช่วยเหลือแรงงานยังไม่เป็นรูปธรรม” นายนัฐพล กล่าว
ด้านนายทองศรี สายสด อายุ 50 ปี ช่างเชื่อมฝีมือของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า เหล่าลูกจ้างมีความกังวลเรื่องดังกล่าวมาก ที่จะได้รับผลกระทบต่อตัวลูกจ้างเองและครอบครัว มีคนตกงานนับหมื่นคน หากตกงานตอนนี้ก็หางานยาก การเดินทางมากระทรวงแรงงานในวันนี้จึงตั้งความหวังที่จะได้งานกลับคืนมา

“ทุกวันนี้ทุนจีนเริ่มรุกเข้ามาสัมปทานงานในไทยมากขึ้น รวมถึงคนงานจีนก็มาอยู่ในไทยมาก หากบริษัทในจีนชนะการประมูลงาน ก็จะนำไปผลิตที่จีนโดยใช้คนงานชาวจีน แรงงานไทยอย่างพวกเราก็ตกงาน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์” นายทองศรี กล่าว
ทั้งนี้ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นผู้รับหนังสือและกล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเรียนไปยังนางสาว ตรีนุช เทียนทอง ซึ่งจะเข้ามารับตำแหน่งรมว.แรงงานในวันพรุ่งนี้ (26 กันยายน 2568) โดยจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือแรงงานต่อไป


