เมื่อวันที่ 25 กันยายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ถนนสามเสนเกิดการยุบตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุขนำโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อสั่งการให้กรมการแพทย์ เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ซึ่งดูแลงานด้านการบริการทางการแพทย์ เตรียมความพร้อมทีมฉุกเฉินทางการแพทย์ (MERT) เพื่อให้การช่วยเหลือหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินในจุดเกิดเหตุและมีความจำเป็นต้องใช้รถฉุกเฉินเคลื่อนที่ (ER) ซึ่งทีมฉุกเฉินทางการแพทย์มีภารกิจในการคัดกรอง รักษาเบื้องต้น ส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ทีม MERT ปฏิบัติหน้าที่ ครั้งละ 1 ทีม ผลัดหมุนเวียนได้ 3 ทีม ประมาณทีมละ 5 วัน รวม 20 คน ต่อ 1 ทีม
“ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ โดยได้มีการประสานงานกับกรุงเทพมหานคร โดยพร้อมปฏิบัติการสนับสนุนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ และหากมีความจำเป็นที่ต้องดูแลผู้ป่วยในของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทางกรมการแพทย์ซึ่งมีหน่วยงานที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายด้านซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์สามารถดูผู้ป่วยทั่วไปจนถึงผู้ป่วยหนักและโรคซับซ้อน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า โดยมีกลุ่มโรงพยาบาลกรมการแพทย์ทุ่งพญาไท ได้แก่ รพ.ราชวิถี รพ.นพรัตนราชธานี รพ.สงฆ์ สถาบันประสาทวิทยา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สถาบันโรคผิวหนัง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ รพ.เลิดสิน รวมถึงโรงพยาบาลกรมการแพทย์ ทุ่งแคราย ได้แก่ สถาบันโรคทรวงอก รวมถึง รพ.ราชวิถี 2 โดยทั้งหมดได้สำรองเตียง จำนวน 265 เตียง พร้อมรับส่งต่อในทันที หากได้รับการประสานงาน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ รพ.วชิรพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับในกรณีที่ รพ.วชิรพยาบาลมีความจำเป็นในการปิดรับผู้ป่วยนอก อาจทำให้คนไข้ที่มีความจำเป็นที่ต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลอื่น ทางกรมการแพทย์พร้อมให้การดูแลโดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาผ่านระบบไอที (IT) ระหว่างหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์กับ รพ.วชิรพยาบาล รวมทั้งสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนแพทย์ เป็นต้น ทำให้เกิดการบริการไร้รอยต่อ เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย เช่น ข้อมูลประวัติการรักษา ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ประวัติการรับยา เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรุงเทพมหานคร ผ่านทางสำนักการแพทย์และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อให้เกิดการประสานเชื่อมโยงและประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยที่สุด

